ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าโฟรเซนยังไม่อยากเปลี่ยนเจ้านายคนใหม่ แต่การที่มันถูกอกถูกใจน้องชายของเจ้านายคนแรกก็ทำให้ข้ารู้สึก…รู้สึกยังไงกันนะ
น้อยอกน้อยใจ?
อิจฉาริษยา?
ฮึ่ย…ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละน่า ข้าแค่ไม่สบอารมณ์ที่มันชมคนอื่นแต่ว่าร้ายเจ้านายตัวเอง
‘เจ้ามีดีตรงไหนให้ข้าชมบ้างเล่า’
“มีสิ ข้าตัวเล็กน่ารักขนาดกำลังกะปุ๊กกะปิ๊ก”
‘แหวะ’
ทำเจ้าเสือจะอาเจียนได้แล้วข้าก็สุขใจ ชอบหาว่าข้าสำออยเหมือนคนแพ้ท้องดีนัก พะอืดพะอมบ้างเป็นอย่างไรเล่า แม้ข้าพูดเองจะอายตัวเองก็เถอะ เพราะถ้าถามสมาชิกสมาพันธ์ว่าใครน่ารักขนาดกำลังกะปุ๊กกะปิ๊กทุกคนต้องตอบว่าจีเซล แต่ในเมื่อตอนนี้มีแค่ข้ากับเจ้าเสือ ข้าติ๊ต่างว่าเป็นตัวเองก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
ใช่ ตอนนี้มีแค่ข้ากับเจ้าเสือในตราพันธะจริงๆ ไม่ว่าจะหันมองไปทางไหนก็มีแต่ทราย ทราย และทราย
ไม่สิ ยังมีดาวด้วย
“เจ้าดูสิโฟรเซน ดาวสวยมากเลย”
ข้ายื่นมือไปยังท้องฟ้า หมายไขว่คว้าดวงดาวที่พร่างพราวมากมายในดินแดนแห่งนี้ อาจเพราะไร้แสงสีของงานรื่นเริงเหมือนแดนพราย ความสุกสกาวเปล่งประกายจึงเห็นชัดถนัดตา
ข้าหยิบบัตรประจำตัวขึ้นมาดูเวลา พบว่าตอนนี้…เป็นวันเดิมกับเมื่อวานในตอนสองทุ่ม
แปลกพิกล เพิ่งใช้ชีวิตในแดนพรายตอนสองทุ่ม ไม่ทันไรก็ย้อนเวลากลับไปเป็นสองทุ่