างกายว่างเปล่า ข้าก็ยังคงยัดทุกอย่างใส่ท้องตามประสาครึ่งเทพที่ไม่ค่อยมีอาหารดีๆ ให้รับประทานพลางเรียกชื่อเจ้าเสือไปด้วย แต่ดูเหมือนจะรีบกินไปหน่อย ข้าเลยสำลักจนหน้าดำหน้าแดง
“แค่ก อาหารติดคอ!”
พลันมือหนึ่งตบผลัวะเข้าให้ที่กลางหลัง เศษอาหารที่อยู่ในหลอดลมกระเด็นออกมาทันที ข้าปาดน้ำตาเมื่อรอดตาย หันไปมองกึ่งยิ้มให้กับชายผมทองที่ยืนทำหน้าบู้บี้
“กินด้วยกันสิโฟรเซน” ข้าชูจานปลาง้อแมวตัวโต
“ห้ามสมเพช ห้ามสงสาร ห้ามเวทนา และห้ามทำดีกับข้าเพราะเรื่องราวพวกนั้น”
“ข้าเปล่านะ” ข้ารีบส่ายหน้า พยายามทำตาโตๆ ให้ดูไร้ความนัยแอบแฝงที่สุด
“หึ เจ้าบื้ออย่างเจ้าปกปิดความรู้สึกเป็นที่ไหน สายตาเจ้า ท่าทางเจ้า สื่อว่าพยายามทำดีกับข้าเพราะอะไร แล้วไม่นับความคิดน่ารำคาญในสมองน้อยๆ ของเจ้าอีก เพราะอย่างนี้ไง…ข้าถึงไม่อยากให้เจ้ารู้”
เจ้าเสือกอดอกอย่างขุ่นเคืองกับความเป็นห่วงที่ไม่ต้องการของหัวหน้า
“ทำตัวปกติเถอะ ไม่ต้องเอาใจใส่ข้า มันน่าขนลุกไม่รู้หรือ เคยทะเลาะอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ชวนตีอย่างไรก็ทำเช่นเดิม เพราะต่อให้เจ้าพยายามอย่างไรก็ไม่ช่วยให้ข้ารู้สึกดีขึ้นหรอก ออกจะน่ารำคาญซะมากกว่า”
“ทำไมเจ้าถึงกวนประสาทอย่างนี้นะ!” ข้ากระแทกจานปลากับโต๊ะพลางถกแขนเสื้อพร้อมตี
“ใช่ แบบนี้แหละ