ขอให้เจ้าออมมือหน่อยแล้ว” โฟรเซนเลียริมฝีปากพลางเอ่ยเป็นเชิงทีเล่นทีจริง
“นั่นสินะ ออมมือด้วยแล้วกันเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ข้า”
สิ้นคำ ร่างทั้งสองพลันปรากฏเป็นเงารางเลือนที่พุ่งโฉบเข้าหากัน ข้ากะพริบตาปริบๆ ฝีมือของโฟรเซนจัดว่ายอด แต่ซีเอลคงเยี่ยมกว่า เมื่อชายหนุ่มสามารถใช้แส้รับการจู่โจมของกรงเล็บโฟรเซนเสียอยู่หมัดโดยมีหมอกลอยวนรอบๆ เพื่อไม่ให้เสียงใดๆ เล็ดลอดรบกวนเจ้านายตัวน้อย
‘จะยืนบื้ออีกนานไหม รีบๆ หยิบอาวุธแล้วมาช่วยกันสิ!’
เสียงโฟรเซนที่สะท้อนก้องในหัวข้าทำให้ต้องรีบก้มๆ เงยๆ มองเหล่าอาวุธนานาชนิด เพราะไม่เคยสู้รบกับใคร จับของมีคมแต่ละทีก็ไม่พ้นมีดปังตอในครัวหรือเข็มฉีดยาสุดน่ากลัว เพราะฉะนั้น…จะถนัดมือสุดก็คงไม่พ้นมีดเล่มเล็กขนาดกะทัดรัด
ตุบ!
เสียงกระแทกเบาๆ เรียกให้ข้าต้องหันไปมองหลังละสายตาจากการต่อสู้มานาน ก่อนจะพบว่าเจ้าเสือนอนพังพาบอยู่เหนือผ้าม่านอันเป็นตัวเก็บเสียงชั้นยอดเวลาโดนซัดจนตัวกระเด็น ซีเอลคงจงรักภักดีน่าดูเลยสินะ
‘หมอนี่แค่เห่อเจ้านายก็เท่านั้นแหละ’
โฟรเซนเอ่ยตอบในใจ เอ่อ…ถ้ามีเจ้านายน่ารักน่าเอ็นดูราวตุ๊กตาขนาดนั้น จะเห่อก็คงไม่แปลกหรอก
พลันแส้ฟาดผ่าหมอกทำให้ข้ารีบกระโดดหลบ โชคดีที่หลบพ้นอย่างหวุดหวิด ไม่งั้นอาจนอนหมอบเป็นเพื่อนเจ้