๋อสมองนิ่ม”
ว้ากกก! ปวดกบาล ใครก็ได้ช่วยหยุดเจ้าเสือทั้งสองนี่ทีเถอะ!
“เวลากำลังผ่านไปอย่างไร้ค่า…” เจ้าเสือทางซ้ายเอ่ยพึมพำ โฟรเซนทางขวาพยักหน้าคล้ายเห็นด้วยพร้อมกับเอ่ยต่อ “โดยมีเสียงอันแสนไพเราะของข้าประกอบคลอเคล้าไปด้วย”
ถ้อยคำแสนดูหมิ่นนั่น…แถมยังยกยอปอปั้นตัวเองอีก ทำให้ข้ารู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ พร้อมกับคันไม้คันมือชอบกล อยากจะเดินไปตบหัวทั้งสองคนละป้าบสองป้าบ แต่เหมือนอ่านความคิดได้ ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงของทั้งคู่จึงเชิดขึ้นเชิญชวนอย่างท้าทาย
“แน่จริงก็เข้ามา”
แล้วข้าจะทำยังไงได้ล่ะนอกจากคิดแค้นในใจ แล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงหวานเจี๊ยบ
“โฟรเซนจ๋า ช่วยข้าหน่อยเถอะ” เมื่อไม้แข็งใช้ไม่ได้ผลก็ต้องลองไม้อ่อน พลันทั้งคู่เผยสีหน้ารังเกียจเข้าขั้นอยากจะอาเจียน ปัดโธ่! ข้าก็ไม่ได้อยากพูดนักหรอก
“เอาอย่างนี้แล้วกัน” ในที่สุดข้าก็เริ่มคิดวิธีตัดสินอย่างจริงจังสักที “ข้าจะถามคำถามเจ้าทีละข้อ เพราะฉะนั้นช่วยตอบทีละคนด้วย อย่าแย่งกันพูดนะ”
โฟรเซนทั้งสองพยักหน้าอย่างสนใจ
“คำถามแรก ชื่อจริงข้าคืออะไร”
“เจ้ามีปัญญาคิดคำถามแค่นี้เองเรอะ เมื่อเจ้าก้าวเท้าเข้ามาในสมาพันธ์แห่งนี้ ประวัติโดยย่อของเจ้าก็ร่อนกระจายไปทั่วแล้วเจ้าบื้อเอ๊ย” คำกล่าวสุดแสนกระแทกใจเล่นเอาข้าต