ินหนีไปเลยจะเป็นอะไรไหม” ข้าถามโฟรเซน เพราะตลอดทางที่นั่งมา รถไฟขบวนนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ เลยนอกจากเราสอง
‘มันจะไล่ขวิดเจ้าน่ะสิ รถไฟสายด่วนราตรีเป็นรถไฟพิเศษที่ส่งตรงถึงจุดเชื่อมต่อโดยเฉพาะ จึงพิเศษกว่ารถไฟทั่วไป’
“คือ?”
‘มันมีชีวิตจิตใจน่ะสิ!’
ลูกตาคู่โตตรงหัวขบวนเบิกโพลงทันทีที่สิ้นเสียงของโฟรเซน ตามด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างเผยให้เห็นฟันเรียงสวย ข้าไม่ทันตั้งสติดี รถไฟขบวนนี้ก็…
ปู๊นๆๆๆ
ไล่ขวิดข้าจนวิ่งขาแทบขวิด!
“จ๊ากกก!”
ข้าร้องเสียงหลง ให้ตายเหอะ! เกิดมาเพิ่งเคยเจอรถไฟแหกรางครั้งแรก ต่อให้ไม่มีรางอยู่แล้วก็เถอะ
‘ระวัง!’
โฟรเซนเตือนอีกครั้ง คาดว่าว่าข้างหน้าข้าคงมีบางสิ่งขวางอยู่ แต่ข้าหยุดไม่ทันแล้วละ
ตุบ…
“พอแค่นั้นเถอะคุณรถไฟสายด่วนราตรี”
เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นแว่วๆ ข้างหูข้าพร้อมสัมผัสของมือคนแตะที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง พร้อมความเย็นวาบที่ล่อเอาตัวสั่นสะท้านวูบหนึ่ง ดูท่าว่าความเร็วในการวิ่งหนีของข้าจะถูกหยุดด้วยมือคู่นี้ และบางสิ่งที่ขวางหน้าเมื่อครู่ก็คือคนคนนี้
“สวัสดี”
รอยยิ้มอบอุ่นผิดกับมือเย็นดุจน้ำแข็งถูกส่งให้ทันทีที่ข้าเงยมอง โอ๊ย…เหมือนเห็นแสงระยิบระยับ รัศมีเปล่งประกายพร้อมกลิ่นอายบริสุทธิ์ชวนหลงใหลราวไม่ใช่คนธรรมดา น่าเชิดชูบูชายิ่งกว่าพวกเทพที่ด่ากราดว่าข้าเป็น