เด็กพุ่งชนที่ด้านหลัง ข้าหน้าคะมำล้มทับกระบะขายส้มพอดิบพอดี
โครม!!!
ฉิบหาย ข้าโคตรซวย ซวยซ้ำซวยซ้อน ซวยไม่เลิกรา เพราะนอกจากข้าจะล้มทับกระบะขายส้มจนกระจัดกระจายเสียหายแล้ว ข้าที่ทุลักทุเลยันตัวยืนยังลื่นล้มซ้ำสองเพราะเปลือกกล้วยแถวนั้นจนกลิ้งขลุกไปโดนป้ายหรูหน้าร้านอาหารหอมกระชากใจจนหักเป็นสองท่อนอีกต่างหาก และครึ่งป้ายนั้นก็ยังอุตส่าห์…กระเด็นไปขัดกับล้อรถม้าขนของกลางถนนจนพลิกคว่ำเสียหาย พร้อมกับเสียงโครมที่ดังติดต่อกันราวกับประทัด
เพราะทางเดินติดขัดรุนแรง!!
รถม้าโดนเสยด้วยเกวียนอีกเล่มที่ตามหลังมา และเกวียนเล่มนั้นก็โดนเฉี่ยวจากเกวียนเล่มอื่นๆ ที่ตามหลัง บางเล่มหลบพ้น แต่บางเล่มก็ไม่อาจเลี่ยงได้เพราะเหตุการณ์ช่างฉุกละหุก
ในชั่วพริบตาเดียว…เบื้องหน้าข้าก็เต็มไปด้วยกองเกวียนและรถม้าจำนวนมาก พร้อมสายตาโกรธแค้นจากทั่วสารทิศ
ซวยแล้วไง
“ทางนี้” เด็กชายที่ชนข้าจนล้มรีบฉุดมือข้าวิ่งไปอีกทาง สวนกับเหล่ากองเกวียนที่ชนกันเป็นทอดๆ สู่ซอยเปลี่ยวไร้เสาไฟ มีเสียงฝีเท้าดังไล่หลังข้าคล้ายคู่อริไม่ยอมปล่อยง่ายๆ แต่เด็กน้อยคุ้นชินสถานที่มากกว่า จึงพาข้าวิ่งหลบไปมาในซอยวกวนราวเขาวงกตจนพ้นจากการตามล่าหวุดหวิด!!
เท่ากับว่าข้าไม่อาจโผล่หน้าไปที่สาธารณะอีกระยะหนึ่ง
‘เจ้าช่างน่าทึ่งจริงๆ’
ข้าแกล้ง