องปรากฏข้างตัวข้าราวรอโอกาสเปิดตัวเนิ่นนาน เจ้าเสือถึงขนาดคิดท่าให้เด็กประทับใจด้วยการเชิดหน้าอวดเขี้ยวดาบอย่างสุดเท่ผิดกับท่าเกาศีรษะทึ่มทื่อสุดซื่อบื้อของข้าโดยสิ้นเชิง
“พี่ชาย นี่มัน…” อาดีสเอ่ยตะกุกตะกัก กำดอกไม้ในมือแน่น ปกป้องยิ่งกว่าชีวิตตัวเองเสียอีกเมื่อจู่ๆ สัตว์ร้ายก็ปรากฏโฉม แหงสิ เสือตัวโตๆ แถมเขี้ยวใหญ่เท่าแขนใครเห็นก็กลัวทั้งนั้น ยกเว้นข้าคนหนึ่งล่ะที่คุ้นชินกับเจ้านี่ยิ่งกว่าใคร ยกมือตบแปะๆ พลางลูบคลำขนนุ่มนิ่มของโฟรเซน
“ไม่ต้องห่วงๆ นี่คือสัตว์เลี้ยงของข้าเอง”
มีโอกาสต้องเอาคืน นี่คือคติประจำใจของข้า แน่นอนว่าทับถมแค่นี้ย่อมไม่เพียงพอกับการอดกลั้นหลังโดนโฟรเซนด่ามานาน ข้าจึงพูดเสริมเข้าไปอีก “เสือเชื่องๆ ตัวหนึ่งที่ข้ายอมลดตัวไปเป็นเจ้านายยังไ…จ๊าก”
เจ้าเสือมันเนรคุณข้า! พูดไม่ทันจบประโยคก็งับมือที่กำลังลูบเพลินๆ เข้าให้จนเสียมาดต่อหน้าเด็ก ยังดีนะแค่งับ ไม่ได้กัดเข้าจริงๆ ข้าเลยลูบอกโล่งใจแล้วตั้งสติได้ เสียแต่เจ้าเสือยังเล่นตัว สะบัดหน้าไปอีกทางพร้อมสะบัดหางไหวๆ รอให้ง้อ
‘ลองไม่มีข้าสิ เจ้าไม่ได้ส่งทั้งเด็กนี่ทั้งดอกไม้แน่’
“ช่วยข้าเถอะนะ ถือซะว่าช่วงทดลองงานก่อนเข้าสมาพันธ์ไง” ข้ากระซิบข้างหูดุกดิกของเจ้าเสือ มันแยกเขี้ยวขู่คำรามจนอาดี