“ใจสั่นสิ แต่ฉันไม่กล้าแตะ และเมื่อตัดสินใจเป็นมิตรกับไอ้หน้ากากแล้ว เรื่องพวกนี้ก็ไม่เกี่ยวกับฉัน!” ตู้หยางจื้อพูด
“ไม่ต้องลงมือ แค่บอกตำแหน่งก็ได้รางวัลสตาร์คอยน์ไม่น้อย…” นักรบอีกคนพูด
“เมื่อตัดสินใจเป็นมิตรกับไอ้หน้ากาก ก็ต้องยึดมั่น ทำทีเป็นมิตรแต่แอบแจ้งตำแหน่ง ฉันทำไม่ได้ ถ้าพวกนายคิดแบบนี้ ออกจากทีมฉันไป!” ตู้หยางจื้อแค่นเสียง
คำพูดตู้หยางจื้อทำให้ทุกคนส่ายหัว
กลัวถูกขับออกจากทีม
“พอแล้ว อย่าพูดเรื่องนี้ ถ้าพบข่าวร้ายต่อไอ้หน้ากาก รีบรายงานฉัน ฉันจะส่งให้มัน!” ตู้หยางจื้อพูดเรียบ
ทุกคนพยักหน้า
“พวกนายสังเกตไหม แถวนี้บรรยากาศดีขึ้นทันที เมื่อกี้รู้สึกหนาวๆ…” นักรบคนหนึ่งพูด คนที่เสนอให้แจ้งตำแหน่ง
คนอื่นมองเขาเหมือนคนโง่
แถวนี้เป็นค่ายมารโสมไฟจะหนาวได้ยังไง
นักรบคนนั้นเกาหัว พึมพำ “คงเข้าใจผิด…”
ใต้หินข้างๆ เงาดำวูบผ่าน หายไปราวกับไม่เคยมี…
…
โม่ตู
ย่านวิลล่าสุดหรู
ทุกหนแห่งประดับอย่างฟุ่มเฟือย รั้วสูงพันด้วยกุหลาบหนาม
ในสวนมีโซฟาราคาแพง วางเก้าอี้ที่มีชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนนั่ง
แสงแดดยามบ่ายสาดลงมา สะท้อนความหรูหราของสวน
ชายหนุ่มถือเครื่องปลายทางอัจฉริยะ แสดงภาพชายหน้ากาก
“นายน้อยเย่ ตรวจสอบตัวตนชายหน้ากากแล้ว ไม่มีข้อมูลเลย!” พ่อบ้านวัยกลางคนพูดอย่างนอบน้อม
เย่หยุนยืดตัว หาว
“หาตัวไม่เจอ ไม่รู้มาจากตระกูลไหน กล้าตบหน้าพระชายาของฉัน ถ้าไม่สั่งสอน ต่อไปพระชายาจะหน้าไหนมาเจอคน