“อมตะ ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นคืนชีพ” เซียนอิงเทียนมีบุคลิกของผู้นำโดยกำเนิด เมื่อพูดออกมามีความน่าเกรงขาม ผสมกับความลอยลมอย่างเหนือธรรมชาติ ราวกับเทพในเรื่องเล่าที่ก้าวออกมาจากหนังสือเซียนอิงเทียนมองไปที่เซียนอมตะ ด้วยความคิดนับพัน“ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลง กาลเวลาเลื่อนไหล ราชวงศ์นับไม่ถ้วนเฟื่องฟูแล้วล่มสลาย กลายเป็นซากปรักหักพังและเม็ดทราย”“มิตรเก่าจากไปไม่อาจตามหา อดีตกลายเป็นทรายไม่อาจปั้นแต่ง ปัจจุบันมีกี่คนที่ได้เห็นกับตาว่าอัจฉริยะมากมายกำเนิด และมังกรกับงูเคลื่อนไหวในยุคโบราณอันรุ่งเรือง และมีกี่คนที่จำได้ถึงยุคสมัยที่ตั้งกฎเกณฑ์โลกา และเซียนทั้งห้าปกครองโลกใบนี้?”“เมื่อครั้งที่รู้อนาคตของเจ้าผ่านเงาประวัติศาสตร์ ข้าก็คาดการณ์ถึงเหตุการณ์วันนี้ รอคอยเจ้า อมตะ กลับมา ณ ที่นี้”“สหาย นานแล้วที่ไม่ได้พบ เจ้าสบายดีหรือไม่?”เซียนอิงเทียนราวกับเดินมาจากปลายสายน ้าแห่งประวัติศาสตร์กลิ่นอายและรากฐานแห่งประวัติศาสตร์อันเข้มข้นปะทะมา
เขามีดวงตาลึกล ้า ราวกับมองทะลุทุกสิ่งในโลก ความลับใดก็ไม่อาจซ่อนพ้นจากเขา การเปลี่ยนแปลงนับพันล้วนอยู่ในการคาดการณ์ของเขาแม้แต่เซียนเฉียนหลินก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกเช่นนี้แก่ลู่หยางเขาสวมชุดสีขาว รองเท้าสีขาว ยืนกอดหลังมือ ก้าวออกไปหนึ่งก้าว แล้วเสียงดังโครมเมื่อชนเข้ากับกำแพงพื้นที่จิตวิญญาณ ศีรษะเอนไปข้างหลัง“เอ๊ะ พื้นที่จิตวิญญาณของเจ้าหนุ่มนี่แข็งแรงจริงนะ?