น จะช่วยให้เข้าใจตัวตนของทารกอมตะได้ดีขึ้นทั้งหมดนี้เพื่อศิษย์น้อง”“เพื่อลู่หยางหรือ?” เซียนอมตะรู้สึกว่าคำพูดของเด็กอวี้มีเหตุผลอยู่บ้าง จึงลังเลครู่หนึ่ง แล้วไม่ถือสาเรื่องที่เด็กอวี้เปิดโปงอีก“ศิษย์น้อง เจ้าเอาชนะทารกอมตะได้แล้ว ก็จงบำเพ็ญอย่างสงบควรเตรียมตัวสำหรับการก้าวสู่ขั้นแปลงร่างเซียนได้แล้ว” อวี้จือชี้แนะสิ่งที่ลู่หยางควรทำในขั้นต่อไป อย่าได้วิ่งวุ่นไปทั่วอีกเลย
“อ้อ ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านออกจากยอดเขาคุมขัง แสดงว่ากวานซานไห่สารภาพหมดแล้วหรือ?”อวี้จือส่ายหน้า “เขาเป็นถึงเซียน จิตเต๋ามั่นคง แม้เหลือเพียงสามดวงวิญญาณก็ไม่ยอมจำนนง่ายๆ ข้าเพียงออกมาพักผ่อนชั่วคราวอีกสักครู่ต้องกลับไปซ้อมต่อ”……ลู่หยางห่างจากจุดสูงสุดของขั้นทารกแรกกำเนิดเพียงการสะสมพลังวิเศษเท่านั้น ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาบ่มเพาะหนึ่งปีครึ่งผ่านไป ลู่หยางนั่งสมาธิอยู่ที่เขาประตูสวรรค์ตลอดบางครั้งก็ไปหอคัมภีร์ยืมตำราประสบการณ์การข้ามขั้นที่ผู้อาวุโสเขียนไว้ ไม่มีเวลาสนใจความเปลี่ยนแปลงภายนอกแต่ก็ไม่มีอะไรให้สนใจมากนัก ในช่วงหนึ่งปีครึ่งนี้ โลกภายนอกสงบราบรื่น แม้แต่การต่อสู้ระดับขั้นข้ามพิบัติก็ไม่มีในที่สุด ลู่หยางรู้สึกถึงพลังวิเศษที่ไหลเวียนเต็มเปี่ยมในร่างกายนี่คือสัญลักษณ์ของการเข้าถึงจุดสูงสุดของขั้นทารกแรกกำเนิดหากเป็นผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดที่มีอายุมากคนอื่น เมื่อถึงขั้นนี้ยังต้องฝ่าฟันขีดจำกัดอย่างยากลำบากแ