“ให้ตายเถอะ ต่อสู้กับตัวเองช่างเหนื่อยเหลือเกิน โชคดีที่ทารกอมตะไม่ค่อยปราดเปรื่องนัก”หลังจากโจมตีอย่างต่อเนื่อง ลู่หยางแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วพูดให้ถูกต้องคือทารกอมตะไม่มีสมอง มันเป็นสภาวะที่แข็งแกร่งที่สุดของลู่หยางในทางทฤษฎีแต่ทฤษฎีนี้จำกัดอยู่เพียงแค่ท่าไม้ตายเท่านั้น แม้ว่าความสามารถในการปรับเปลี่ยนจะสูงมาก แต่ก็ยังสู้ลู่หยางไม่ได้นี่เป็นวิธีที่ลู่หยางคิดได้ระหว่างการต่อสู้ ไม่ว่าทารกอมตะจะปรับเปลี่ยนได้ดีเพียงใด ก็ไม่มีทางยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงได้เท่าลู่หยาง หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือทารกอมตะเมื่อเห็นสถานการณ์นี้ก็ชะงักไปชั่วขณะ ไม่สามารถตอบสนองได้ทันนอกจากนี้ สภาวะที่แข็งแกร่งที่สุดในทางทฤษฎีก็ไม่เท่ากับความเป็นจริง ทารกอมตะสามารถใช้ได้เพียงพลังที่มันมี แต่ลู่หยางแตกต่าง ลู่หยางยังสามารถยืมพลังจากร่างแท้ได้อีกด้วย!ปรับเปลี่ยนไม่ได้เท่าตัวเอง ยืมพลังไม่ได้เท่าตัวเอง นี่คือจุดอ่อนสองประการของทารกอมตะ
ถ้าใช้วิธีการต่อสู้แบบนี้แล้วยังเอาชนะทารกอมตะไม่ได้ ลู่หยางก็คิดว่าจะใช้มวยเลียนแบบของเซียนอมตะเลย ซัดทารกอมตะให้แหลกลาญไปเลยยังไงเซียนอมตะก็ไม่มีทางให้ยืมพลังกับทารกอมตะอยู่แล้ว ทารกอมตะใช้มวยเลียนแบบของเซียนน้อยไม่ได้อ่อนแอก้าวหนึ่งก็อ่อนแอไปทุกก้าว ทารกอมตะโดนหมัดนี้แล้วก็เสียจังหวะอีกครั้ง มันก็อยากจะใช้มวยเลียนแบบของลู่หยาง เพื่อที่จะได้ฟื้นฟูพลังจิตอย่างรวดเร็ว แต่ลู่หยางไม่ให