เสียงของกวำนซำนไห่แผ่กระจำยไปทั่วเมืองหลวง ตั้งแต่เหล่ำขุนนำงไปจนถึงสำมัญชน ทุกคนที่ได้ยินชื่อนี้ต่ำงก็สะท้ำนกำยแม้แต่เด็กๆ ที่เข้ำเรียนในโรงเรียนเอกชนก็เคยได้ยินชื่อ “เมิ่งจวินจื่อ”บรรพบุรุษตระกูลเมิ่ง ผู้ที่เคยแย่งชิงใต้หล้ำกับตระกูลเจียง แม้ว่ำในที่สุดตระกูลเจียงจะชนะและสถำปนำแคว้นต้ำเซี่ย แต่ตระกูลเมิ่งกลับไม่เหมือนกับผู้พ่ำยแพ้ในกำรแย่งชิงรำชบัลลังก์ตำมยุคสมัยก่อนๆ ที่ถูกกวำดล้ำง กลับตรงกันข้ำม ตระกูลเมิ่งเฟื่องฟูรุ่งเรืองกลำยเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของแคว้นต้ำเซี่ยแน่นอนว่ำส่วนหนึ่งเป็นเพรำะบรรพบุรุษตระกูลเจียงยังระลึกถึงมิตรภำพเก่ำ แต่สิ่งส ำคัญกว่ำนั้นคือรำกฐำนของตระกูลเมิ่งที่ลึกล ้ำเกินไปตระกูลเมิ่งมีก ำเนิดตั้งแต่ยุคแคว้นต้ำอวี๋ แต่ในตอนนั้นตระกูลเมิ่งก็เป็นเพียงตระกูลทั่วไป ผู้ที่น ำพำตระกูลเมิ่งให้เติบใหญ่รุ่งเรือง สั่งสมรำกฐำนอันแข็งแกร่ง คือเมิ่งจวินจื่อ ผู้ที่ได้รับต ำแหน่งประมุขตระกูลในช่วงปลำยแคว้นต้ำอวี๋
“สหำยกวำน ควำมแค้นที่เข้มข้นเช่นนี้ ไม่ค่อยดีนัก” เมิ่งจวินจื่อยืนประสำนมือไว้ด้ำนหลัง แผ่พลังควำมสงบรำบเรียบออกมำ สลำยแรงกดดันของเซียนที่ปกคลุมเมืองหลวงอยู่“เจ้ำบรรลุเซียนจริงๆ ด้วย!” หำกว่ำก่อนหน้ำนี้กวำนซำนไห่ยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย บัดนี้กำรแสดงฝีมือของเมิ่งจวินจื่อก็ยืนยันแล้วว่ำเขำก็เป็นเซียนเช่นเดียวกับตนกำรปรำกฏตัวของเมิ่งจวินจื่อสร้ำงควำมตกตะลึงให้กับทุกคนร