วมถึงเมิ่งจิ่งโจวด้วยเมิ่งจิ่งโจวเบิกตำกว้ำงมองบรรพบุรุษที่ยืนอยู่เหนือศีรษะ อ้ำปำกด้วยควำมประหลำดใจเอ่อ… ที่แท้บรรพบุรุษผู้เฒ่ำท่ำนก็บรรลุเซียนแล้วนี่เองหม่ำนกู่ก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขำเพิ่งมำถึงเมืองหลวงได้เพียงชั่วยำม ก็ได้พบเซียนถึงสองคนแล้ว เขำรู้เลยว่ำกำรติดตำมลู่หยำงและเมิ่งจิ่งโจวจะได้เปิดหูเปิดตำเมิ่งจวินจื่อปรำกฏตัวเพียงครั้งเดียวเท่ำนั้นตอนที่แคว้นต้ำเซี่ยเพิ่งก่อตั้ง หลังจำกนั้นก็ไม่เคยโผล่พ้นมำอีกเลย ผู้คนต่ำงพูดกันว่ำหลังจำกพ่ำยแพ้ต่อเจียงผิงอัน เขำก็หมดอำลัยตำยอยำก จึงได้ผนึกตัวเองไว้กวำนซำนไห่ก็เชื่อเช่นนั้น เจียงผิงอันและเมิ่งจวินจื่อเป็นอัจฉริยะของรุ่นหลังที่เปล่งประกำยจนเขำไม่อำจท ำเป็นไม่สนใจ ไม่เช่นนั้น
เขำก็คงไม่ส่งศิษย์ไปสอนที่โรงเรียนของตระกูลเมิ่งในฐำนะคณบดีของสถำบันไท้เสวียในอดีตเขำเคยเห็นกับตำตัวเองตอนที่เมิ่งจวินจื่อผนึกตัวเอง สั่งให้คนรุ่นหลังฝังเขำไว้ในภูเขำของตระกูลเมิ่งบัดนี้ดูเหมือนว่ำ แม้แต่กำรผนึกตัวเองก็เป็นกำรแสดงให้เขำดูเซียนไม่จ ำเป็นต้องผนึกตัวเองเลย!กวำนซำนไห่จ้องมองเมิ่งจวินจื่ออย่ำงเขม็ง พยำยำมหวนนึกว่ำเมิ่งจวินจื่อบรรลุเซียนตอนไหนต่อหน้ำต่อตำเขำ กำรฝ่ำข้ำมพิบัติเซียนเกิดขึ้นที่ไหนทันใดนั้น เขำก็เข้ำใจแล้ว เมิ่งจวินจื่อบรรลุเซียนไปตั้งแต่หนึ่งแสนปีก่อน“ตอนที่ข้ำกับอวี๋อู่เหยำบรรลุเซียนพร้อมกันในพิธีสถำปนำแคว้น เจ้ำกับเจียงผิงอันก็เช่นกัน บรร