หลังจากเสียท่าไปครั้งหนึ่ง ชางหมิงจื่อไม่กล้ารับการโจมตีของเมิ่งกวางโดยตรงอีก หากโดนแบบนี้อีกสองครั้ง คงมิวายสิ้นท่าแน่ชางหมิงจื่อหลบหลีกไปมา พยายามหาโอกาสชิงลูกท้อเซียนจากมือของลู่หยางแต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์ในการแย่งชิงของ ชางหมิงจื่อจะมีมากกว่าเมิ่งกวางได้อย่างไร ชางหมิงจื่อเพียงขยับนิ้ว เมิ่งกวางก็รู้ว่าเขาจะทำอะไร จึงปิดกั้นเส้นทางไว้ล่วงหน้าเมื่อการเคลื่อนไหวถูกคาดเดาล่วงหน้า และไม่กล้ารับดาบของอีกฝ่ายโดยตรง ชางหมิงจื่อจึงตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบชั่วขณะกลางแม่น ้า แม้ว่าเมิ่งโป่เทียนจะบำเพ็ญมาไม่ถึงสองพันปี ไม่เทียบเท่าเหล่าผู้อาวุโสของสำนักเวิ่นเต๋า แต่พรสวรรค์ในการบำเพ็ญและการต่อสู้ของเขาล้วนยอดเยี่ยม ดูได้จากเมิ่งจิ่งโจว ในขั้นรวมร่างตราบใดที่ไม่เจอกับพวกประหลาดอย่างขั้นกึ่งข้ามพิบัติ ก็ไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเมิ่งโป่เทียนได้ฝั่งองค์ชายรองคนที่ออกมือล้วนเป็นคนปิดหน้า ซ่อนเร้นตัวตนมิฉะนั้นหากมีคนรู้ พวกเขาก็จบเห่
“ขงหยวน เจ้ากองบัญชาการใหญ่ก็ออกมือด้วยหรือ?”เมิ่งโป่เทียนประเมินตัวตนของอีกฝ่ายได้จากการปะทะกันเพียงชั่วครู่ เขามักจะสร้างศัตรูบ่อยๆ จึงไม่พ้นถูกคนปิดหน้าดักทำร้ายโชคดีที่วิทยายุทธ์ของเขาเหนือกว่า จึงไม่ได้รับบาดเจ็บมากถูกคนปิดหน้าดักทำร้ายบ่อยๆ ย่อมฝึกฝนทักษะในการเดาตัวตนของอีกฝ่ายด้วย“พูดเหลวไหล ใครเป็นขงหยวน ข้าไม่รู้จัก!” ขงหยวนปฏิเสธอย่างหนักแน่น เรื่องนี้เ