“พ่อจะเลือกปลอมตัวเป็นสามัญชนต่อ หรือจะกลับมาเป็นฮ่องเต้ดี?” เจียงชุนถามฮ่องเต้นึกถึงประสบการณ์ในหลายวันที่ผ่านมา ไม่ก็ถูกลู่หยางตะโกนว่าจะประหารทั้งตระกูลเก้าชั่วโคตร ไม่ก็ถูกลากไปก่อกบฏเขารู้สึกว่าเป็นฮ่องเต้จะมั่นคงกว่า“กลับดีกว่า กระดูกชราๆ ของข้าทนการวุ่นวายไม่ไหวแล้ว”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงชุนก็ดีใจ รีบเช็ดบัลลังก์ฮ่องเต้อย่างเป็นพิธี แล้วเชิญพระบิดาขึ้นนั่งหลังจากกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม กำลังกายของฮ่องเต้ก็ดูเหมือนจะลดลงตามไปด้วย แม้แต่การเดินก็ทำให้หอบแฮ่กๆแม้แต่นั่งบนเก้าอี้ เขาก็ไม่สามารถนั่งตัวตรงได้ ต้องพิงพนักเก้าอี้เท่านั้น“พระบิดา ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เจียงชุนตกใจอย่างมาก เมื่อเขาจับแขนพระบิดา รู้สึกได้ว่าแขนของพระบิดาแห้งเหี่ยวราวกับกระดูกของคนตาย ไร้ซึ่งพลังชีวิต ราวกับฮ่องเต้ที่กำลังหยอกล้อกับเขาเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา
ฮ่องเต้หายใจติดขัดสองสามครั้ง โบกมือเบาๆ ยิ้มอย่างฝืดเฝื่อน“ไม่เป็นไร แค่ไม่ได้เคลื่อนไหวมานาน ร่างกายทนไม่ไหวเท่านั้น”แม้ปากฮ่องเต้จะบอกว่าไม่เป็นไร แต่สีหน้ากลับซีดขาวอย่างรุนแรง เบ้าตาลึกโหล มีสภาพเหมือนคนใกล้ตาย ทำให้องค์ชายใหญ่ปวดใจเขามีอายุขัยเหลือน้อยอยู่แล้ว และเพื่อความสนุกในหลายวันที่ผ่านมา จึงบีบคั้นพลังชีวิตของตัวเองอย่างหนัก สภาพจึงแย่ลงไปอีก“ชุน ข้าใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว ชีวิตนี้ข้าขอบอกว่าได้ทำตามหน้าที่ต่อบรรพบุรุษ ทำดีต่อประชาชน