้ในพื้นที่จิตวิญญำณ เซียนอมตะสวมเครื่องประดับทองและหยกมวยผมสูง ทำสีแดงอมชมพูที่หำงตำ สวมเสื้อคลุมสีเหลืองสดใสเต้นร ำอย่ำงสง่ำงำมในต้ำหลง ตั้งแต่ปลำยผมด ำสนิทจนถึงนิ้วเท้ำที่กลมกลึงดุจหยก ทุกนิ้วของผิวล้วนแสดงออกถึงพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมเซียนอมตะไม่ได้เต้นมำนำน ต้องเต้นในพื้นที่จิตวิญญำณและในควำมเป็นจริงพร้อมกัน จึงจะหำควำมรู้สึกกลับมำได้ลู่หยำงมองเซียนอมตะเต้นร ำอย่ำงเหม่อลอย ก ำลังครุ่นคิดอย่ำงจริงจังว่ำในประวัติศำสตร์มีขุนนำงคนไหนบ้ำงที่มีคุณสมบัติดูฮ่องเต้เต้นร ำหลังจำกเต้นจบ ใบ้เมิ่งอินเหนื่อยจนหอบ แต่ยิ้มอย่ำงมีควำมสุขนำงรู้สึกถึงควำมก้ำวหน้ำของตนในวิถีกำรเต้น และเป็นควำมก้ำวหน้ำที่มำก“ขอบคุณพี่ลู่หยำงที่สั่งสอน!” นำงโค้งค ำนับอย่ำงจริงจัง ไม่กล้ำประมำทแม้แต่น้อยกำรชี้แนะครั้งนี้ ช่วยให้นำงไม่ต้องบ ำเพ็ญอย่ำงยำกล ำบำกถึงสิบปี กำรเรียกสักค ำว่ำ “อำจำรย์” ก็ไม่เกินไป
แต่นำงยังมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้ำใจ ประโยคสุดท้ำยเมื่อครู่ที่ว่ำ “กลับพบคนผู้นั้น ภำยใต้แสงโคมเลือนรำง” มีควำมหมำยอย่ำงไรกันแน่เขียนถึงตัวนำงจริงหรือ หำกเขียนถึงตัวนำง ท ำไมหลังจำกเข้ำมำในห้องส่วนตัวแล้วกำรแสดงออกไม่เหมือนอย่ำงนั้นเลย?หรือว่ำพี่ลู่หยำงเห็นว่ำพรสวรรค์วิถีกำรเต้นของนำงแย่เกินไปจึงผิดหวังในตัวนำง?ใบ้เมิ่งอินยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่ำมีควำมเป็นไปได้……กวีนิพนธ์ของเซียนอมตะที่แต่งในหอบัวบำนแพร่กระจำยไปทั่วเมืองห