ปลงได้ ทุกคนจึงหันไปจัดการเมิ่งจิ่งโจวตัวจริงแทนแน่นอนว่าการมุ่งเป้าไปที่เมิ่งจิ่งโจวตัวจริงไม่อาจแสดงออกอย่างชัดเจนนัก ยังคงมีหนึ่งในสามของคนล้อมโจมตีลู่หยาง และมีบางคนถึงกับตะโกน “ไม่คิดว่าคุณชายเมิ่งมีวิชากระบี่สูงส่งถึงเพียงนี้ ข้าเคารพนับถือ!”เมิ่งจิ่งโจวตัวจริงด่าในใจ ตั้งแต่เมื่อไหรที่ข้าใช้กระบี่เป็น
เมิ่งจิ่งโจวถูกโจมตีอย่างหนัก อีกทั้งพลังส่วนหนึ่งก็ถูกลู่หยางยืมไปใช้ จึงหมดแรงอย่างรวดเร็ว และล้มลงกลางวงล้อมลู่หยางเห็นแพะรับบาปล้มลง จึงกลับคืนสู่รูปร่างเดิม และคืนพลังที่ยืมมาให้เมิ่งเฒ่าทุกคนเห็นว่าที่แท้คนที่ล้มลงคือเมิ่งจิ่งโจวตัวจริง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ต่างรีบร้อนพยุงเมิ่งจิ่งโจวขึ้นมา“โอ้ คุณชายเมิ่ง ท่านควรบอกแต่แรกว่าท่านคือตัวจริงไม่เช่นนั้นพวกเราคงไม่ลงมือหนักขนาดนี้”ทุกคนได้ยินแล้วต่างเห็นพ้องต้องกัน “ใช่ๆ พวกเราคิดว่าท่านคือลู่หยาง จึงได้ลงมือหนัก”เมิ่งจิ่งโจว: “……”ข้าออกจากเมืองหลวงไปเพียงห้าปีกว่า ทำไมพวกเจ้าถึงได้หน้าด้านกันทุกคนเช่นนี้การแข่งขันชิงความยิ่งใหญ่ของลู่หยางครั้งที่หนึ่ง รอบสองยังคงดำเนินต่อไป ลู่หยางที่เป็นรางวัลยังคงต่อสู้อย่างไม่ยอมแพ้เมื่อไม่มีเมิ่งจิ่งโจวเป็นแพะรับบาปแล้ว แรงกดดันของเขาก็กลับสู่สภาพเดิมในพื้นที่จิตวิญญาณ เซียนอมตะนั่งบนบัลลังก์ ทอดเสียงยาวช้าๆ ถามว่า “ลู่หยางน้อย ต้องการให้เซียนช่วยหรือไม่”
ลู่หยางคิดในใจ เซียนคงอยากต่อสู้