่ชี้ไปที่ท่านเจ้าเผ่าจิ่นข้างๆ “ยังมีลูกน้องข้า เรียกเขาว่าจิ่นเฉยๆ ก็ได้ เขาก็จับผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างของลัทธิอู่ชิงได้หนึ่งคน ก็ถือว่าเป็นความดีความชอบใหญ่หลวงเช่นกัน”
สวีซินมองท่านเจ้าเผ่าจิ่นอย่างลึกซึ้ง ทุกวันนี้ยังมีคนที่รีบร้อนไปคบหากับท่านเต๋าปู้อวี่อีก สมองมีปัญหาหรือ?“ได้ เดี๋ยวข้าจะไปจัดการเรื่องเอกสารที่ทำการเมือง มีอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีข้าไปละ” สวีซินรีบจะไปสำนักเวิ่นเต๋า“ยังๆ คนนี้พวกเจ้าก็ต้องปล่อยด้วย”“เจ้าพูดให้จบทีเดียวไม่ได้หรือไง คนนี้เป็นใครอีก?” สวีซินมองไปตามทิศทางที่ท่านเต๋าปู้อวี่ชี้ เห็นท่านเซียนบรรพกาลนั่งอยู่ในมุม“ศิษย์ของสำนักเวิ่นเต๋าของพวกเรา เดิมคิดจะแฝงตัวเข้าไปในลัทธิอู่ชิงเป็นสายลับ ไม่คิดว่าฐานที่มั่นของลัทธิอู่ชิงจะถูกเมืองเยว่บุกกวาดล้าง เขาไม่กล้าบอกว่าตัวเองเป็นคนของสำนักเวิ่นเต๋า กลัวจะทำให้สำนักเวิ่นเต๋าของพวกเราเสียชื่อ เลยถูกจับเข้ามา”สวีซินตะลึงในความปราดเปรื่อง ไม่คิดว่าสำนักเวิ่นเต๋ายังมีศิษย์ที่มีจิตใจบริสุทธิ์เช่นนี้ ดูท่าทางเพิ่งขั้นสร้างฐาน คงอยู่ในสำนักเวิ่นเต๋ามาแล้วประมาณหนึ่งปีอยู่ในสำนักเวิ่นเต๋าเพียงหนึ่งปี ยังทำตัวเหมือนดอกบัวที่บริสุทธิ์แม้เกิดในโคลนตมได้“เรื่องนี้ก็จัดการได้”สวีซินกำลังจะออกไป จู่ๆ ก็หยุดฝีเท้า “คราวนี้ไม่มีอะไรอีกแล้วใช่ไหม?”
“ไม่มีแล้ว ไม่มีแล้ว ไปเถอะ”ไม่นานนัก ฝ่ายราชสำนักก็ออกจากคุกไป ท่านเต๋าปู้อวี่ ท่า