องเจ้าหนุ่มลู่หยางคนนี้!
การต่อสู้ระดับกึ่งเซียนยังพอว่า อยู่ในขอบเขตความสามารถ แต่นี่อยู่ดีๆ ก็โผล่มาเป็นเซียน ใครจะปกป้องได้วะเนี่ย!
ร่างสีเทาหม่นไม่คิดว่าเซียนห่านไห่จะสามารถเบี่ยงเบนการโจมตีของตนได้ ประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะนึกเข้าใจถึงสาเหตุ
“เป็นผลของการบำเพ็ญพื้นที่ว่างเป็นเค้าสินะ น่าสนใจอยู่บ้างแต่ก็แค่น่าสนใจเล็กน้อยเท่านั้น ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงปุถุชน ไม่อาจต้านโองการเซียน”
ร่างสีเทาหม่นยังคงไม่ใส่ใจกับการกระทำของเซียนห่านไห่
“ท่านบรรพบุรุษ ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม?” ลู่หยางถามอย่างระมัดระวัง
เซียนห่านไห่กลอกตา “ไม่ค่อยดีเท่าไร”
“แต่ข้าเคยบอกว่าจะปกป้องเจ้า ก็ต้องปกป้องเจ้าให้ได้แน่นอน!”
ลู่หยางประหลาดใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ท่านบรรพบุรุษยังจะบอกว่าสามารถปกป้องตนได้ นี่ต้องมีไพ่เด็ดระดับไหนกัน?
เซียนห่านไห่แอบล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ฉีกยันต์แผ่นหนึ่ง
ประตูพื้นที่ว่างเปิดออก ร่างงามสายหนึ่งก้าวออกมา สีหน้าเรียบเฉย ไร้ทั้งความยินดีและความโศกเศร้า ราวกับแม้ฟ้าถล่มลงมาก็ไม่อาจสั่นคลอนจิตเต๋าของนางได้
ทุกคนกลั้นหายใจ ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่อยู่
ร่างงามนั้นเคยแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ในเมืองชุนเจียง อีกทั้งไม่ได้ปิดบังโฉมหน้าของตน ผู้บำเพ็ญระดับสูงทุกคนล้วนมีภาพวาดของร่างงามนี้อยู่ในมือ
ร่างงามกวาดตามองรอบด้าน มองผ่านลู่หยาง รองประมุขลู่เซียนห่านไห่ และเอ้าหลิง สุดท้ายเง