อนนี้คือวันละหนึ่งแสนลิ่นซือ ข้าไปเป็นองครักษ์ให้พวกเขาสักปี หนี้นี้ก็เกือบหมดแล้ว”“มีวิธีอื่นไหม?” ผู้อาวุโสปีกดำขมวดคิ้ว รู้สึกว่าการให้หัวหน้าเผ่าของตระกูลไปเป็นองครักษ์ เสียหน้าเกินไป“มี ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติเป็นองครักษ์ได้ค่าจ้างสูงกว่า”ผู้อาวุโสปีกดำ: “……”ดูเหมือนต้องเป็นเจ้าที่ไปเป็นองครักษ์แล้วล่ะ“เอ่อ พวกเราแค่ผ่านมาตระกูลคุนเผิง แวะมาดูเฉยๆ ไม่ได้มาทวงหนี้” เมิ่งจิ่งโจวกล่าว เขาไม่กล้าพูดถึงเรื่องรังนกดูท่าทางของหัวหน้าเผ่าเสี่ยวแล้ว คงไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างซางกวนอวี่กับผู้อาวุโสปีกดำ ไม่เช่นนั้นตอนที่หัวหน้าเผ่าเสี่ยวไป
สวัสดีปีใหม่ที่แคว้นต้าเซี่ย ก็คงสืบข่าวของซางกวนอวี่ไปแล้ว จะได้ไม่ต้องให้ผู้อาวุโสปีกดำออกโรงจับตัวพวกเขามาสอบถามเอง“จริงหรือ?” หัวหน้าเผ่าเสี่ยวดีใจเหลือเกิน เขาเตรียมตัวจะเป็นทาสรับใช้เมิ่งจิ่งโจวไปแล้ว“จริง”ตอนนี้ในสายตาของหัวหน้าเผ่าเสี่ยว เมิ่งจิ่งโจวไม่ใช่เจ้าหนี้ แต่เป็นแขกผู้มีเกียรติ“รีบไปรินชาให้คุณชายใหญ่เมิ่งเร็ว” หัวหน้าเผ่าเสี่ยวรีบสั่ง เขามองไปรอบๆ ไม่มีใครที่ไม่ใช่แขกหรือบรรพบุรุษ จึงต้องรินชาให้เมิ่งจิ่งโจวเองผู้อาวุโสปีกดำรู้สึกเก้อ กางปีกบินสูง กลับไปยังรังเก่าเห็นได้ชัดว่าหัวหน้าเผ่าเสี่ยวใจกว้าง แม้ใบชาที่ชงจะไม่เทียบเท่าชารู้ธรรม แต่ก็เป็นชาชั้นดีเลิศที่รองจากชารู้ธรรมเท่านั้น“ได้ยินว่าท่านหลานเมิ่งเข้าร่วมสำนักเวิ่นเต๋า?”“ใช่