ายที่ข้ายังมองไม่ออก?หรือว่า สิงโตจับกระต่ายก็ต้องใช้สุดกำลัง?“ที่แท้ก็เป็นพวกเจ้าทั้งห้าคน” ฟานชงยิ้มเย็นชา ไม่คิดว่าคนที่พบในร้านค้าจะกลายเป็นคู่ต่อสู้ของตน ดูเหมือนว่าจะมีวาสนาต่อกันจริงๆ“พวกเจ้าทั้งห้าคนขึ้นมาพร้อมกันเลย!” ฟานชงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ด้วยฐานะอันสูงส่งของเขา ชื่อเสียงก็มากพอแล้ว สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการต่อสู้ที่ถล่มทลายอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างภาพลักษณ์มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น จึงจะโด่งดังในงานประลองคัดเซียนได้ในคราวเดียว และถูกจดจำโดยผู้คนทั่วไป“ดูสิ เขาต้องการให้จบเร็วๆ แน่นอนว่าเป็นเพราะพลังวิเศษไม่เพียงพอ” ลู่หยางยังคงวิเคราะห์อย่างใจเย็น
“การต่อสู้ครั้งนี้อันตราย เอาอย่างนี้ ข้าในฐานะพี่ใหญ่จะขึ้นไปก่อน เพื่อสำรวจเส้นทางให้พวกเจ้า”ในขณะที่ฟานชงกำลังสงสัยว่าทำไมห้าคนตรงข้ามยังไม่เริ่มต่อสู้ ร่างของลู่หยางก็กลายเป็นสายฟ้า พุ่งมาอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาก็มาอยู่ตรงหน้า“เร็วจริง!” ฟานชงตกใจ ยกกระบี่ขึ้นป้องกันโดยสัญชาตญาณเขาเป็นผู้บำเพ็ญกระบี่“เจ้านี่เองที่สร้างรถเหาะโดยไม่ขออนุญาตข้า!” ลู่หยางใช้นิ้วเป็นกระบี่ สองนิ้วชิดกัน ปล่อยคมกระบี่ออกไปคมกระบี่ดุจมังกร ยโสโอหัง ปะทะกับกระบี่ยาวของฟานชง เกิดเสียงกังวานของโลหะ ฟานชงถึงกับถอยหลังหลายก้าวจากการโจมตีครั้งนี้หากเป็นการต่อสู้กับผู้บำเพ็ญยันต์ ผู้บำเพ็ญกลไก ผู้บำเพ็ญร่างกาย หรือผู้บำเพ็ญประเภทอื่น ลู่หยางยังต้องใช้กระบี