แห่งนี้ต่างเข้าใจว่าเป็นสุสานโบราณของฝ่ายตน จนเกือบจะทะเลาะกันตาย สุดท้ายเกาะเผิงไหลชนะ ดีใจสุดขีดที่ขนโลงศพกลับไป เทียบตระกูลอยู่ครึ่งวันคุกเข่าและกราบไหว้ต่อหน้าโลงศพ จากนั้นผู้อาวุโสใหญ่ก็ลุกขึ้นมาจากโลง…ผู้อาวุโสหกตอนนั้นกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาร่างเซียนบริสุทธิ์พื้นที่บริสุทธิ์ไม่มั่นคงเท่าไร ใช้การควบคุมด้วยเสียง นางเข้าร่วมงานเลี้ยง เจ้าภาพพูดทีไร พื้นที่บริสุทธิ์ก็แผ่ออกทีนั้น พูดทีไรก็แผ่พื้นที่ทีนั้น จึงถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้างานเลี้ยงผู้อาวุโสเจ็ดและแปดอาศัยว่ากฎหมายแคว้นต้าเซี่ยไม่อาจควบคุมที่นี่ได้ จึงหลอกลวงไปทั่ว เทคนิคการหลอกลวงเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายแม้แต่ฝั่งทะเลตะวันออกก็ทนไม่ไหว สั่งจับหลาย
ครั้งไม่สำเร็จ จึงขอให้แคว้นต้าเซี่ยใช้อำนาจจับกุมคนข้ามแดนจับกุมอาจารย์อาวุโสเจ็ดและแปดมาลงโทษ แคว้นต้าเซี่ยอ้างเหตุผลว่าเคารพอำนาจอธิปไตยของทะเลตะวันออก จึงปฏิเสธที่จะรับคดีนี้มีคนเดินผ่านมาเห็นประกาศจับ รู้สึกว่ามีกลิ่นอายของยุคสมัยจึงรำลึกถึงเรื่องราวในอดีต“ไม่นึกว่าประกาศจับเต๋าปู้อวี่ยังติดอยู่ที่นี่ นี่มันหลายร้อยปีแล้วนะ เขาไม่ได้ปรากฏตัวในทะเลตะวันออกสองร้อยปีแล้วมั้ง”“ใช่เลย ยังจำได้ตอนที่ค่าหัวของเต๋าปู้อวี่เป็นห้าร้อยล้านลิ่นซือเต๋าปู้อวี่แกล้งถูกจับ ร่วมมือกับผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักเวิ่นเต๋า หลอกเอาค่าหัว”“หลังจากครั้งนั้น ค่าหัวของเขาก็เพิ่มเป็นหนึ่งพันล้าน และถ้