น้อย ท่านไม่น่าพูดสองประโยคหลังนี้เลย……ลู่หยางเป็นคนที่เคยได้เห็นโลกกว้างมาพร้อมกับเซียนอมตะหลังจากรู้ความจริงอันน่าตกตะลึงที่ส่งผลต่อประวัติศาสตร์ เขาก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ยังคงเลือกที่จะบำเพ็ญตามปกติไปทีละขั้นเขายังคงห่างไกลจากการเป็นเซียนอีกมาก ไม่ควรคิดถึงเรื่องไกลตัวเช่นนั้นการบำเพ็ญไร้กาลเวลา แสงจันทร์และอาทิตย์เคลื่อนไหวรวดเร็วเวลาผ่านไปในพริบตา ชั่วพริบตาลู่หยางก็บำเพ็ญผ่านไปครึ่งชั่วยาม“เฮ้ ลู่หยาง อยากออกไปเที่ยวไหม?” เมิ่งจิ่งโจวทนไม่ได้ที่เห็นลู่หยางบำเพ็ญ จึงรีบร้อนมาที่ยอดเขาเทียนเพื่อยุลู่หยางออกไปเที่ยวช่างน่าโมโหยิ่งนักโชคดีที่จิตใจของลู่หยางเหมือนพระพุทธเจ้านั่งสมาธิ ไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งยั่วยุจากภายนอก“ไปเที่ยวทะเลตงไห่กัน”
“ไปกันเลย” ลู่หยางกระโดดขึ้นจากก้อนหินใหญ่จิตใจเขาไม่มั่นคง ถูกเมิ่งจิ่งโจวหลอกล่อ พืชพรรณแห่งการบำเพ็ญเซียนจึงล้มลงตรงนี้ ทำให้ผู้คนต้องเสียดายและถอนหายใจ“ทำไมจู่ๆ เจ้าถึงนึกอยากไปทะเลตงไห่ล่ะ” ลู่หยางสงสัย อย่างน้อยก็ควรมีเหตุผลสักหน่อย“ก็ม้าแก่เป็นเผ่ามังกรม้านี่ บ้านเกิดอยู่ที่ทะเลตงไห่ มันอยากกลับไปเยี่ยมญาติ ข้าก็เลยเห็นด้วย”“ข้าคิดว่าเมื่อม้าแก่ไปทะเลตงไห่ พวกเราสองคนก็ถือโอกาสไปทะเลตงไห่ด้วยกันเลย ไหนๆ พวกเราก็ไม่เคยไปทะเลตงไห่มาก่อน”“เพื่อนรัก” ลู่หยางรู้สึกซาบซึ้งใจมาก การออกไปเที่ยวเล่นเป็นเรื่องดีที่พี่ใหญ่เมิ่งไม่เคยลืมเขาที่จริ