ถามตามความคิดของเซียนอมตะ “เพราะอะไร?”
เซียนอมตะหัวเราะคิกคัก “เพราะเขาคนเดียวไม่สามารถคิดค้นรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าได้ รอจนกระทั่งพวกเราถึงขั้นข้ามพิบัติ พวกเราทั้งห้าคนร่วมมือกัน จึงสามารถคิดค้นรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าได้”“แน่นอน ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของข้า เซียนอิงเทียนและคนอื่นๆเป็นเพียงพวกเกาะกิน”“ตอนนั้นพวกเราคิดค้นรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าและผลของการบำเพ็ญ พอถึงเวลาตั้งชื่อ รู้สึกว่า ‘เซียน’ เป็นคำเรียกที่ไม่เลว จึงเรียกผู้บำเพ็ญที่มีผลของการบำเพ็ญว่าเซียน”ลู่หยางอดสูดลมหายใจเข้าไม่ได้ เฮ้อ ที่แท้เซียนน้อยก็เป็นผู้วางรากฐานระบบการบำเพ็ญด้วยและยังมีความสามารถในการตั้งชื่อที่ไม่เลวอีกด้วย ลู่หยางคิดว่าเซียนอมตะน่าจะตั้งชื่อเช่น “ขั้นผู้ไร้เทียมทาน” หรืออะไรทำนองนั้นเซียนอมตะกล่าวต่อ “หากพิจารณาตามความหมายดั้งเดิมของ‘เซียน’ โลกนี้ไม่มีผู้ใดสามารถเรียกตนเองว่าเซียนได้จริงๆ”ลู่หยางคิดในใจว่าเห็นทีตนควรเคารพเซียนอมตะให้มากกว่านี้ทั้งเป็นผู้วางรากฐานผลของการบำเพ็ญ ทั้งเป็นผู้ก่อตั้งพุทธศาสนา“อ้อ ชื่อเซียนนั้นเป็นเซียนอิงเทียนตั้งขึ้น ‘ขั้นผู้ไร้เทียมทาน’และ ‘ขั้นถั่วงอก’ ที่ข้าเสนอถูกพวกเขาคัดค้านเป็นเอกฉันท์”
เซียนอมตะโกรธจนกระทืบเท้า “ในเมื่อข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมาย จะใช้ชื่อของข้าตั้งชื่อระดับขั้นมีปัญหาอะไร พวกเขายังคัดค้าน ช่างน่าโมโหจริงๆ!”ลู่หยาง “……”เซียน