ึกขึ้นได้ว่าไม่ควรใช้เวลาทั้งหมดไปกับที่นี่“เจ้าเขียวน้อย เดี๋ยวพบกันใหม่”วิญญาณแม่น ้าด่าอย่างขบขัน “บอกแล้วไงว่าข้าไม่อยากได้ชื่อแย่ๆ นี่ เดี๋ยวกลับมาแล้วช่วยคิดชื่อใหม่ให้ข้าด้วย!”“ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเรายังมีใครที่ยังไม่ได้พบอีกหรือ?” ลู่หยางถามเสียงเบา“ใช่ ยังเหลืออีกหนึ่งคน ไปถึงแล้วเจ้าก็จะรู้เอง”ผู้บริหารระดับสูงคนสุดท้ายอยู่ห่างจากที่นี่มาก ศิษย์พี่ใหญ่เด็ดเมฆมาอีกก้อนหนึ่ง พาทั้งสามคนลงไปนั่ง
ทุ่งหญ้าใหญ่ ยอดเขาคุมขัง ที่เดิมของสระล้างกระบี่… เมฆบินผ่านสถานที่เหล่านี้ ไม่มีทีท่าว่าจะลดความเร็วลงแต่อย่างใดจนกระทั่งมาถึงส่วนลึกของสำนักเวิ่นเต๋าที่ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวไม่เคยมาก่อน จึงหยุดอยู่ที่ภูเขาร้างแห่งหนึ่ง“ที่นี่คือเขาชางหมาง เป็นสถานที่เข้าภวังค์ของผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนัก”“ที่พวกเจ้าไม่เคยพบเขา เพราะเขาเข้าภวังค์อยู่ตลอด”“และเขามีสถานะพิเศษ มีน้อยคนที่รู้จักเขา”ศิษย์พี่ใหญ่พูดไป พลางแหวกเถาวัลย์เหี่ยวแห้ง เผยให้เห็นถ ้าด้านหลัง“ท่านผู้อาวุโส ท่านอยู่หรือไม่? หากไม่ได้เข้าภวังค์ ขอเชิญออกมาสักครู่”ไม่นาน จากในถ ้าก็มีเสียงเยาว์วัยดังออกมา ฟังเสียงแล้วราวกับเป็นหนุ่มน้อยที่มีอายุราวๆ เดียวกับเซียนบรรพกาล“ตะโกนดังทำไมกัน รู้หรือไม่ว่าต้องให้ความเคารพผู้เฒ่า”เซียนอมตะในพื้นที่จิตวิญญาณส่งเสียงแปลกใจเบาๆลู่หยางยังไม่ทันถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นหนุ่มน้อยคนหนึ่งเดินออกมาจากถ