ญาณแม่น ้าจึงคอยปกป้องสำนักเวิ่นเต๋ามาตลอด“พรึบ! เจ้าคือฉีทงเทียนหรือ? เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือนี่?” วิญญาณแม่น ้าเห็นเซียนบรรพกาล แสดงความตื่นเต้นออกมาอย่างหาได้ยากมุมปากยิ้มไม่หุบ“ยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่เกิดเหตุไม่คาดฝันเล็กน้อย” เซียนบรรพกาลเกาศีรษะ ยิ้มเขินอายเฮ่ๆ“ดูเหมือนจะเป็นเหตุใหญ่ ถึงขั้นกลายเป็นคนธรรมดาแล้ว”“ยังมีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว พอใจละ”“ก็จริง เจ้ามักมีความคิดเช่นนี้เสมอ”“สำนักเวิ่นเต๋าในปัจจุบันยอดเยี่ยมจริงๆ แตกต่างจากตอนที่เจ้าก่อตั้งโดยสิ้นเชิง” วิญญาณแม่น ้าเห็นด้วยตาตนเองว่าสำนักเวิ่นเต๋าพัฒนาแข็งแกร่งขึ้นอย่างไรทีละขั้นเซียนบรรพกาลพยักหน้า “เห็นแล้ว ลูกหลานรุ่นหลังล้วนพยายามอย่างหนัก เก่งกว่าข้ามากนัก”ทั้งสองแลกเปลี่ยนเรื่องราวกัน เล่าเรื่องที่มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ ท่าทางกระตือรือร้น
ทั้งสองเคยห่างกันหนึ่งแสนสองหมื่นปี ราวกับย้อนกลับไปสู่ยุคแคว้นต้าอวี๋อีกครั้ง มีเรื่องพูดคุยไม่จบไม่สิ้น ทั้งสองคุยกันนานเกือบครึ่งวัน ก่อนจะหยุดพักเล็กน้อย ยังแสดงสีหน้าไม่อยากหยุดคุยอวี้จือเตือนจากด้านข้าง “ทั้งสองท่าน วันหลังอยากคุยก็คุยได้ตลอดเวลา ท่านบรรพบุรุษยังมีคนหนึ่งที่ยังไม่ได้พบ”ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวสงสัย พวกเขาคำนวณดูแล้ว ผู้บริหารระดับสูงของสำนักเวิ่นเต๋าก็พบกันครบแล้วนี่นายังเหลือใครที่ยังไม่ได้พบอีก?“ก็จริง ยังพบคนไม่ครบ พวกเราไปกันเถอะ” เซียนบรรพกาลตบหน้าผาก น