ะสังเกตครึ่งวัน แล้วสรุปอย่ำงรวบรัด“ท ำไมล่ะ?” ลู่หยำงไม่เข้ำใจ“อิงเทียนกับคนอื่นชอบพูดแบบนี้บ่อยๆ และยังบอกว่ำนี่เรียกว่ำจิตใจของผู้แข็งแกร่ง ให้ข้ำลองฝึกดูบ้ำง แม้ข้ำจะไม่ค่อยเข้ำใจควำมคิดของพวกเขำนัก แต่คงมีข้อดีอยู่บ้ำง อำจมีประโยชน์ต่อกำรบ ำเพ็ญจริงๆ ก็ได้”ลู่หยำง: “…”รุ่งเช้ำ กู๋จวินเย่ล้ำงหน้ำ แต่งตัวให้เรียบร้อยสะอำดตำ วิ่งไปที่ส ำนักไป่ลู่“ยุคทองก ำลังจะมำถึง แม้ข้ำยังไม่ถึงอำยุที่จะบ ำเพ็ญ แต่ก็สำมำรถเตรียมตัวล่วงหน้ำได้ วิ่งเสริมสร้ำงร่ำงกำย เสริมสร้ำงพลัง”กู๋จวินเย่จัดท่ำทำง สำยตำเย็นชำแต่มุ่งมั่น วิ่งอย่ำงรวดเร็วไปยังส ำนักไป่ลู่
กู๋จวินเย่ชอบวิ่งในยำมเช้ำมำกที่สุด ถนนในยำมเช้ำมีคนสัญจรน้อย เขำวิ่งโดยไม่ต้องกังวลว่ำจะชนคนวิ่งมำถึงทำงเลี้ยวของถนน จู่ๆ ก็มีร่ำงคนหนึ่งวิ่งออกมำ นั่นคือซูสือที่ดูน่ำสงสำรกู๋จวินเย่มีนิสัยวิ่งไปส ำนักไป่ลู่ เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กันดี ซูสือตื่นแต่เช้ำมำรอที่นี่ ก็เพื่อจะชนกับกู๋จวินเย่!แผนส ำเร็จ!ซูสือมองกู๋จวินเย่ที่เข้ำมำใกล้และหยุดไม่ได้ ดีใจ แกล้งท ำเป็นตกใจ ร้องเสียงแหลม สองมือไม่รู้จะวำงไว้ที่ไหน เตรียมไว้ให้กู๋จวินเย่โอบกอดนำงแต่ซูสือก็ยิ้มไม่ออกแล้ว กู๋จวินเย่ชนนำงกระเด็นไปสองเมตร ล้มลงบนพื้น มึนงงไปหมด“ศิษย์น้องซูสือ เจ้ำไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” กู๋จวินเย่มองซูสืออย่ำงระแวดระวัง ด้วยสำยตำของเทพมำรเต๋ำจวน เขำสังเกตว่ำหญิงคนนี้น่ำสงสัยเหมือ