?เจ้าเป็นเซียนที่น่าอายจริงๆ
แม้แต่เซียนอมตะยังเก่งกว่าเจ้า“ศิษย์พี่ลู่ ศิษย์พี่เมิ่ง ไม่ได้พบกันนานแล้ว” เสียงไพเราะดังขึ้นแฝงความยินดีเล็กน้อย ทั้งสองหันไปมอง เป็นเถาเหยาเยี่ย“น้องเถา ไม่ได้พบกันนาน”จริงๆ แล้วก็ไม่ได้พบกันนานจริงๆ ตั้งแต่ไปเขตปีศาจจนถึงสิ้นสุดการต่อสู้ที่เมืองชุนเจียง ก็ผ่านไปเกือบครึ่งปีแล้วการบำเพ็ญไม่นับวันเดือน ไม่ใช่คำพูดเลื่อนลอยเถาเหยาเยี่ยดูสวยขึ้นเรื่อยๆ สูงเพรียว ยิ้มสวยงดงาม อบอุ่นดั่งสายน ้า ราวกับเทพธิดา เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็เป็นภาพอันงดงาม“เจ้าเข้าใจร่างเซียนแปรกายแล้วหรือ?”ลู่หยางจำได้ว่าก่อนไปเขตปีศาจ เขาเคยชวนเถาเหยาเยี่ยไปด้วย แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นนางอยู่ในช่วงสำคัญของการเข้าใจร่างเซียนแปรกาย ไม่อาจจากไปดูเหมือนว่าตอนนี้นางไม่เพียงเข้าใจร่างเซียนแปรกายสำเร็จ แต่ยังข้ามขั้นไปสู่ขั้นทารกแรกกำเนิดแล้ว ทั้งบุคลิกภาพก็เปลี่ยนไปจากเดิมเถาเหยาเยี่ยดีใจมากที่ศิษย์พี่ลู่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของตน ดวงตายิ้มจนหยี “ใช่ค่ะ”
นางได้ยินว่าศิษย์พี่ลู่กลับจากเขตปีศาจแล้ว ก็อยากพบเขาตลอด แต่ไม่มีโอกาสเลย จนกระทั่งกั่นเถียนข้ามขั้น ศิษย์ทั้งหลายมารวมตัวกัน นางจึงได้โอกาสพบศิษย์พี่ลู่ร่างเซียนแปรกาย เป็นร่างเซียนที่สามารถยืมพลังจากตัวเองในอนาคตได้ ในระหว่างยืมพลัง ร่างกายก็จะเปลี่ยนแปลง กลายเป็นศักดิ์สิทธิ์ดั่งเซียน ในช่วงแรกที่มีระบบการบำเพ็ญ ร่างเซียนแปรกา