ยยืมพลังจากอนาคต แสงสว่างกลายเป็นขนนก ดูเหมือนการเป็นเซียน ชาวบ้านโบราณจึงเรียกกระบวนการนี้ว่า “แปรกายเป็นเซียน”จึงเป็นที่มาของชื่อร่างเซียนแปรกายแต่การแปรกายไม่ใช่ไม่มีต้นทุน นอกจากจะอ่อนแอลงเป็นเวลานานหลังจาก “แปรกาย” แล้ว เนื่องจากยืมพลังจากอนาคตตัวเองในอนาคต ณ ขณะนั้นก็จะอ่อนแอลง หากขณะนั้นตัวเองในอนาคตกำลังต่อสู้อยู่พอดี ก็จะเป็นสถานการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงความตายได้ ดังนั้นผู้ที่มีร่างเซียนแปรกายในทุกยุคจึงไม่กล้าใช้กระบวนท่านี้มากนัก“เด็กคนนี้พรสวรรค์ใช้ได้ทีเดียว ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าร่างเซียนแปรกายที่ข้าเคยพบเสียอีก” เซียนอมตะกล่าว“เซียนอมตะก็เคยพบร่างเซียนแปรกายด้วยหรือ?” ลู่หยางคิดแล้วก็ถูก ในยุคทองโบราณ มีอัจฉริยะมากมายแข่งขันกัน ร่างเซียนประเภทไหนๆ ก็มีทั้งนั้น
“แน่นอนสิ เด็กนั่นเป็นศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์อะไรสักแห่ง จำชื่อไม่ได้ หน้าตาพอใช้ได้ แต่นิสัยแย่มาก เขาเห็นข้ามีชื่อเสียงในตอนนั้น ยังคิดจะเหยียบข้าเพื่อสร้างชื่อ”“ผลคือฝีมือไม่ได้เรื่องแต่มากด้วยความทะเยอทะยาน ถูกข้าตีจนแตกกระเจิง เห็นสู้ไม่ได้ เฮ้อ ก็เลยใจร้อน ใช้ร่างเซียนแปรกาย ยืมพลังจากตัวเองในอนาคต วิทยายุทธ์พุ่งทะยาน จากขั้นทารกแรกกำเนิดขีดสุด พุ่งขึ้นไปถึงขั้นฝึกความว่างเปล่าในทันที!”ลู่หยาง “……”ไม่ต้องให้เซียนอมตะพูดต่อ เขาก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไปในระหว่างที่คุยกัน มารในใจที่แปล