กี่ยวกับสำนักเรา ตอนนั้นการทดสอบเข้าสำนักจัดโดยอาจารย์ เขาเห็นข้ามีพรสวรรค์พิเศษจึงจะรับข้าเป็นศิษย์”“ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าอาจารย์เป็นคนแบบไหน รู้แต่ว่าเขาเป็นเจ้าสำนัก”“เมื่อเจ้าสำนักจะรับข้าเป็นศิษย์ ข้าย่อมยินดี”“ไม่คิดเลยว่า เรียนไปได้แค่หนึ่งชั่วยาม สถานที่เรียนก็เปลี่ยนไปแล้ว”“เปลี่ยนไปที่ไหน?”
“ในคุก ช่วงนั้นศิษย์พี่ใหญ่เข้าภวังค์ ศิษย์พี่รองเข้าดินแดนพุทธะ ข้าได้แต่อาศัยการเยี่ยมนักโทษเพื่อเรียนกับอาจารย์ การเรียนลำบากมาก ตอนนั้นคนในคุกเห็นข้าล้วนชมว่าข้าเป็นลูกที่กตัญญู”“โชคดีที่ต่อมาศิษย์พี่ใหญ่ออกจากภวังค์ สภาพการเรียนจึงดีขึ้นไม่น้อย”“ศิษย์พี่ใหญ่สอนท่านหรือ?”ศิษย์พี่สามส่ายหน้า “ศิษย์พี่ใหญ่เป็นผู้ค ้าประกันพาอาจารย์ออกมา ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ถนัดเรื่องเสียง สอนข้าไม่ได้”“อาจารย์ของเรายังรู้เรื่องเสียงด้วยหรือ?”“รู้สิ และยังเก่งกว่าข้าอีก เขาสามารถร้องเพลงพร้อมบรรเลงกระบี่ เสียงเปลี่ยนแปลงได้หลากหลาย ยังเลียนเสียงเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด ได้ยินว่าเป็นทักษะที่ฝึกมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ตอนที่เล่านิทานทั้งเล่านิทานและบรรเลงเพลงประกอบไปด้วย”ลู่หยางไม่คิดว่าอาจารย์ของตนจะมีความสามารถสูงถึงเพียงนี้ศิษย์พี่สามเล่นพิณต่อ ลู่หยางเพลิดเพลินกับเสียงพิณ แต่เสียงที่ไม่กลมกลืนก็รบกวนบรรยากาศอันสงบสุขเซียนอมตะแค่นเสียงหนึ่งที “ใครบอกว่าข้าไม่รู้เรื่องเสียงเพลงเพลงที่ข้าบรรเลงช่างปลุกเร้าจิตใจ”
“เซ