ล่น จะได้ไปหาเต๋าปู้อวี่ รวมทั้งหลานสาวอัจฉริยะของตระกูลหงส์ ข้ายังเคยบอกว่าจะสอนนาง คำที่พูดไปแล้วต้องทำให้สำเร็จ”
ลู่หยางในใจว่าแน่นอน เจียงเหลียนอี๋ไม่อาจอยู่ที่สำนักเวิ่นเต๋าตลอด อยู่ข้างเซียนอมตะตลอด นางออกไปยังมีจุดประสงค์อีกอย่างไม่พูดลู่หยางก็เดาได้ที่อยู่ของเซียนฉี่หลินกับเอ้าหลิงเจียงเหลียนอี๋มีความรู้สึกต่อสองคนนี้ไม่น้อยไปกว่าต่อเซียนอมตะ“งั้นก็ขออวยพรท่านเหลียนอี๋เดินทางปลอดภัย หมดปัญหาตามใจ บรรลุเป้าหมายเร็วๆ”ลู่หยางยกมือ้าวยพรด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าเขาจะเปิดเผยว่าอาจารย์เป็นผู้แต่ง《หนังสือต้องห้ามเปลี่ยนร่างมังกรหงส์》 แต่ก็ไม่ได้บอกท่านเหลียนอี๋ว่าศิษย์พี่ใหญ่หาอาจารย์ได้ ทำให้อาจารย์ยืดชีวิตได้สักระยะในฐานะศิษย์ ทำถึงขนาดนี้ก็เป็นการใจดีจริงใจแล้วเซียนอมตะก็โผล่ออกมาอำลาเจียงเหลียนอี๋ หน้าดุๆ พูดว่า: “รีบบรรลุเป้าหมายรีบกลับมานะ หากมีใครรังแกเจ้าข้างนอก บอกข้า ข้าจะให้เด็กอวี้ไปสอนเขา!”“แน่นอน”เจียงเหลียนอี๋ไม่ได้ออกจากไปทันที หากแต่ในตอนบ่ายวันที่ห้าหลังจากลู่หยางหมกมุ่นศึกษากระบวนกระบี่ จึงจากไปเงียบๆ
ผ่านไปอีกสองวัน ลู่หยางเข้าใจกระบวนกระบี่ได้คล่องแคล่วขึ้นการสิ้นเปลืองน้อีกว่าเดิมมาก“ขาดแค่เป้าการทดลองอำนาจของกระบวนกระบี่”ลู่หยางฝึกหลายวัน หญ้าถูกกระบวนกระบี่ตัดลงไปหลายชั้นแล้วรู้สึกว่าอำนาจใหญ่ แต่ไม่มีวัตถุสำหรับอ้างอิง เริ่มรู้สึกขาดอะไรไปบนยอดเขาเทียนมอวัตถุเป้า