ง เขาถึงกับประหลาดใจจนมุมปากกระตุก ราคาของสิ่งเหล่านี้เกินกว่าจะจินตนาการได้แต่ตอนนี้เมื่อเห็นของจริงปรากฏต่อหน้า ความรู้สึกเป็นอีกแบบหนึ่งเลยลู่หยางสังเกตเห็นขลุ่ยหยกสีเขียวมรกตแขวนอยู่บนผนัง รูปทรงยาวสง่างาม ลวดลายนกและดอกไม้สลักอย่างประณีต ให้ความรู้สึกเบาสบายและบริสุทธิ์ที่ปลายห้อง มีเตียงวางตั้งอยู่ มีม่านบางๆ คลุม มองเห็นร่างสตรีนอนอยู่ใต้ม่านนั้นเพียงรางๆ
“รู้หรือไม่ว่าห้องนี้เป็นของใคร?” ลู่หยางถามเบาๆ กลัวจะรบกวนเจ้าของห้อง“เป็นของเจียงเหลียนอี้” เซียนอมตะตอบอัจฉริยะตระกูลหงส์ยุคโบราณ บรรพบุรุษตระกูลหงส์ ภรรยาของเซียนฉี่หลิน หนึ่งในสิบหญิงงามแห่งยุคโบราณ เจียงเหลียนอี้ลู่หยางเตรียมจะเลิกม่านขึ้น มือชะงักเล็กน้อย ในใจคิดว่าสมแล้ว แล้วจึงเลิกม่านขึ้น เห็นหญิงงามในชุดแดงสดอยู่บนเตียง งดงามราวกับเปลวเพลิงไม่ผิดแล้ว นางคือเจียงเหลียนอี้ในตำนานเจียงเหลียนอี้ไร้สัญญาณชีพใดๆ ความมีชีวิตสลายไปสิ้น ริมฝีปากซีดขาว ดวงตาปิดสนิท ใบหน้าสงบ มือทั้งสองวางไขว้กันบนหน้าอก“นางสิ้นแล้วหรือ?” ลู่หยางถามเสียงสั่นลู่หยางรู้ถึงวิธีหลับใหลของผู้บำเพ็ญโบราณ แต่ผู้บำเพ็ญเหล่านั้นไม่ว่าจะหลับลึกเพียงใด ยังคงมีลมหายใจบางเบา ต่างจากสภาพของเจียงเหลียนอี้โดยสิ้นเชิงเขาถามด้วยความไม่อยากเชื่อ บุคคลยิ่งใหญ่ในตำนานอย่างเจียงเหลียนอี้ จะสิ้นชีพไปได้อย่างไร
แต่เมื่อนึกถึงซากศพของเซียนแห่งกาลเวลาที่ฝังอยู่ใต้ส