ำนักธาตุทั้งห้า และร่างชราของชิงฉีโบราณในโลงศพสีดำในสุสานชิงฉีเขาก็ต้องยอมรับความจริงนี้เรื่องราวยุคโบราณช่างซับซ้อน อะไรก็เกิดขึ้นได้สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือยอมรับไม่รู้ว่าเซียนอมตะจะรับได้หรือไม่ ถึงแม้ปกติรู้สึกเซียนอมตะจะยิ้มร่าเริงตลอดเวลา แต่เมื่อต้องเผชิญกับการจากไปของมิตร คงจะเศร้าโศกยิ่งเจียงเหลียนอี้สิ้นแล้ว แล้วเอ่อหลิงบรรพบุรุษตระกูลมังกรเป็นอย่างไร และเซียนฉี่หลินล่ะ?คงจะไม่มีใครหลุดรอดจากชะตากรรมเช่นกัน ทั้งสามอาจสิ้นไปแล้วก็เป็นได้“นางไม่ได้ตาย นี่คือวิชาแกล้งตาย” เซียนอมตะว่าเห็นสีหน้าซับซ้อนของลู่หยางที่กำลังพยายามยอมรับข่าวการสิ้นชีพของเจียงเหลียนอี้ เซียนอมตะคิดในใจว่า เจ้าแช่งชีวิตนางทำไมกันลู่หยางนิ่งไปครู่หนึ่ง“…วิชาแกล้งตาย?”เมื่อได้รู้เช่นนั้น ก็กลายเป็นเศร้าไปเสียเปล่าน่ะซี
“ลืมแล้วหรือไง วิชาแกล้งตายที่ข้าสอนนาง ตอนนั้นนางยังฝีมือไม่เชี่ยวชาญ ถูกไฟเผาจนร้องโอดโอย…”“พอเถอะๆ อย่าพูดต่อเลย” ลู่หยางรีบตัดบทเซียนอมตะ พูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าเจ้าตัว ไม่น่าจะดีแน่เซียนอมตะเอามือเท้าสะเอว ภูมิใจอย่างยิ่ง “วิชาแกล้งตายของข้านั้นดีกว่าเล่ห์เล็กๆ น้อยๆ อย่างการถูกน ้าแข็งแช่แข็งไว้ตั้งเยอะการถูกแช่แข็งมีหลักการอยู่ที่การชะลอเวลา ลดความเร็วของการหมดอายุขัย แต่อายุขัยที่ควรหมดไปก็ยังต้องหมดอยู่ดี บางคนโชคร้ายนอนนานเกินไปก็ตายได้”“อย่างต้อเจียงยุคโบราณ ก่อนผนึกตัวเองมีอายุ