ขัยเจ็ดแปดหมื่นปี แต่รอบนี้ตื่นขึ้นมาน่าจะเหลือแค่สองสามหมื่นปีเท่านั้น”“แต่วิชาแกล้งตายต่างกัน หลังจากใช้แล้วเหมือนกับตายไปแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องอายุขัยสิ้นสุดเลย”ในสภาพที่ตายไปแล้ว จะมีอายุขัยให้สูญเสียได้อย่างไร“หลบไปหน่อย ข้าจะให้นางฟื้นคืน”ลู่หยางรีบหลบให้โดยดี ยืนอยู่ด้านข้าง เรื่องเช่นนี้เกินความสามารถของผู้ฝึกเซียนระดับแก่นทองอย่างเขาเซียนอมตะยื่นนิ้วชี้ออกไป ที่ปลายนิ้วมีหลักธรรมกำลังไหลเวียนอักขระแห่งมหาวิถีปรากฏขึ้นมากมาย รวมตัวกันเหนือศีรษะ ชนกัน
อย่างไร้เสียง การปะทะก่อเกิดแสงระยิบระยับ เจิดจ้าจนลู่หยางลืมตาไม่ขึ้นอักษรมหาวิถีมากมายเคลื่อนไหวราวกระแสการไหลย้อนกลับพุ่งเข้าใส่ปลายนิ้วนิ้วแตะเบาๆ ลงบนหว่างคิ้วของเจียงเหลียนอี้ ก่อเกิดคลื่นไร้รูปร่างกระเพื่อมออกไป ราวกับลมไร้ตัวตน พัดม่านบางรอบเตียงปลิวสะบัด โต๊ะหิน เก้าอี้หยก กระจกทองแดนสั่นไหวเล็กน้อยลู่หยางถูกคลื่นปะทะเข้า รู้สึกถึงรสชาติของความตายและความเป็นอยู่ แต่เมื่อพิจารณาให้ดี กลับไม่มีอะไรเลย ช่างประหลาดนักสีหน้าของเจียงเหลียนอี้เปลี่ยนจากขาวซีดเป็นแดงระเรื่อ เพียงชั่วพริบตา นางก็แดงเหมือนคนมีชีวิต ขนตางอนยาวสั่นไหว ราวกับกำลังจะตื่น“อืม~~”เจียงเหลียนอี้ครางแผ่วเบา เสียงนั้นทั้งสง่างามและเกียจคร้านเหมือนกับเซียนอมตะเมื่อเพิ่งตื่นนอนไม่มีผิดพร้อมกับเจียงเหลียนอี้ตื่นขึ้นจากความตาย ทั้งชั้นที่สี่ก็มีชีวิตชีวาขึ้นม