้ในแวบแรก“เขำเหมือนอัจฉริยะตระกูลหงส์ ทั้งคู่มีผลของกำรบ ำเพ็ญเป็นเค้ำผู้แข็งแกร่งรังแกผู้อ่อนแอ ผลของกำรบ ำเพ็ญเป็นเค้ำแบบนี้สำมำรถควบคุมผู้ที่อ่อนแอกว่ำตน แม้กระทั่งชีวิตควำมตำย!”“แข็งแกร่งขนำดนั้นหรือ?” ลู่หยำงตกตะลึง“ก็พอใช้ได้ เทียบกับตอนข้ำเป็นกึ่งเซียนก็แค่สินค้ำรำคำสิบกระบวนท่ำ”ต้อเจียงยุคโบรำณในสำยตำเซียนอมตะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งนัก แต่ส ำหรับท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่น นี่เท่ำกับฟ้ำถล่ม!ภำยใต้พลังกดทับมหำศำล ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นฝืนยิ้มที่มุมปำกพยำยำมยืนหยัด ค่อยๆ เปิดอุ้งเท้ำเสือ บนอุ้งเท้ำเสือคือขนนกสีขำวบริสุทธิ์หนึ่งเส้นขนนกฉงฉียุคโบรำณ!เมื่อครู่เขำเคำรพโลงศพสีด ำ ฉวยโอกำสทลำยลงตรำปิดผนึกหยิบขนนกนี้ออกมำ!
ผู้สื่อสำรรู้สึกไม่ดีทันที ต่ำงจำกกึ่งเซียนบรรพบุรุษเก่ำแก่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องควบคุมสิ่งมีชีวิต ฉงฉียุคโบรำณขึ้นชื่อเรื่องพลังต่อสู้!ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นกระตุ้นขนนกฉงฉียุคโบรำณ เสือค ำรำมฟ้ำดินสุสำนสั่นสะเทือน พื้นดินหวั่นไหว ร่ำงกำยใหญ่กว่ำภูเขำเติมเต็มสุสำนหลักทั้งหมด พลังกดทับที่แผ่ออกมำยิ่งท ำให้ผู้สื่อสำรสั่นเทำด้วยควำมกลัวฉงฉียุคโบรำณก้มศีรษะ ในม่ำนตำสะท้อนเงำร่ำงของต้อเจียงยุคโบรำณ รวมถึงผู้ที่ได้รับกำรขนำนนำมว่ำเทพจักรพรรดิปีศำจมันมองต้อเจียงยุคโบรำณอย่ำงดูแคลน อ้ำปำกหำยใจ กลิ่นคำวลอยฟุ้ง แล้วเผยอปำกกว้ำงเหมือนหลุมศพ ยิ้มไม่ยิ้ม พูดช้ำๆ“สหำย ช่วยเห็นแก่หน้ำหน่อย?”