ทั้งห้าคนต่างส่งพลังวิเศษไปยังคนข้างหน้า แต่เนื่องจากการส่งพลังวิเศษย่อมมีการสูญเสีย หากเวลาผ่านไปนาน พลังวิเศษในร่างทุกคนย่อมหมดสิ้นโชคดีที่ลู่หยางสอนให้ทั้งสี่คนฝึกวิชากลืนฟ้า พวกเขาจึงส่งพลังวิเศษไปพร้อมกับอ้าปากกว้างดูดซับพลังวิเศษโดยรอบ ทำให้ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาเข้าใจว่าพวกเขาโดนภูตสิงร่างการส่งถ่ายพลังวิเศษยังเป็นการบรรลุสภาวะที่ว่า “เจ้าอยู่ในข้าข้าอยู่ในเจ้า” ในยามนี้ พลังวิเศษของลู่หยางแทบไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป ล้วนเป็นพลังจากอีกสี่คน อีกสี่คนก็อยู่ในสภาวะคล้ายคลึงกันพลังวิเศษผสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาไม่คาดคิดว่าทั้งห้าจะเข้าสู่สภาวะนี้ได้รวดเร็วเพียงนี้“ต่อไปเป็นขั้นที่สาม ฝึกวิชารวมพลัง……”……“ว่าแต่ การแลกเปลี่ยนระหว่างห้าสำนักใหญ่ใกล้ถึงเวลาแล้วศิษย์น้องลู่หยางและอีกสี่คนคงไปถึงสำนักธาตุทั้งห้าแล้ว แต่ทำไมซื่อ
ฉันจากวัดเสวียนคงยังไม่มา?” ไต้ปู้ฟานก้มหน้าตรวจสอบข้อมูลพึมพำในปาก“หรือจะเกิดอะไรขึ้น?”……พระหนุ่มรูปงามก้าวออกจากโรงฆ่าสัตว์ มุ่งหน้าไปยังท่าจอดเรือเหาะที่ใกล้ที่สุด“กลิ่นหอมเหลือเกิน”พระหนุ่มจมูกกระดิก เดินผ่านร้านอาหารแห่งหนึ่ง เวลานี้เป็นช่วงเที่ยงพอดี กิจการรุ่งโรจน์เต็มที่ กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยมาทำให้เขาหยุดฝีเท้ากินมื้อเที่ยงก่อนยังทันเรือเหาะเขาเปลี่ยนเส้นทาง เลี้ยวเข้าร้านอาหาร“เซี่ยวเอ้อ ที่นี่ยังมีที่นั่งไหม?”“ท่านพระเทศนา ท่านมาถูกที่