“เซียนจิ้วชงมีความรู้เรื่องฮุ่นตุน หยินหยาง ห้าธาตุเป็นอย่างดีเขาใช้เวลาคิดทบทวนระหว่างผลของการบำเพ็ญฮุ่นตุน ผลของการบำเพ็ญหยินหยาง และผลของการบำเพ็ญห้าธาตุนานมาก ใช้เวลาทั้งขั้นข้ามพิบัติเพื่อไตร่ตรอง สุดท้ายก็เลือกผลของการบำเพ็ญหยินหยาง”“ทำไมไม่เลือกอีกสองอย่าง?”“ตามคำของเซียนจิ้วชง ก็คงเป็นเรื่องของวาสนา ในความมืดมิดย่อมมีพรหมลิขิต”“วาสนา?” ลู่หยางรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของเซียนจิ้วชงขณะเอ่ยวาจานั้น เป็นความเชื่อในโชคชะตา เต็มไปด้วยความรู้สึกไร้หนทาง
เซียนอมตะเคยกล่าวว่า ในหมู่เซียน มีทั้งคนที่เชื่อในโชคชะตาและคนที่ไม่เชื่อ เซียนอมตะจัดอยู่ในฝ่ายที่ไม่เชื่อ ดูเหมือนเซียนจิ้วชงจะอยู่ในฝ่ายที่เชื่อ“อืม เซียนจิ้วชงยากที่จะตัดสินใจเลือก ผลของการบำเพ็ญทั้งสามล้วนมีข้อดีข้อเสีย สุดท้ายเลยตัดสินใจด้วยการจับสลาก”“การจับสลากนั้นทำให้เสียเวลาไปตั้งครึ่งค่อนวัน เริ่มต้นด้วยการใช้วัตถุวิเศษทั้งหมดเท่าที่หาได้ สร้างกำแพงกำบังป้องกันจิตในจักรวาล จุดเชื่อมต่อของกำแพงกำบังล้วนใช้ดวงดาวเป็นหน่วย แล้วยังให้พวกเราไปรักษาการณ์ สุดท้ายเขาหลับตา ปิดประสาทสัมผัสทั้งห้าและจิตทั้งเจ็ด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ถูกรบกวนจากภายนอก จึงจะจับสลากอย่างสบายใจ”“ผลการจับสลากก็คือผลของการบำเพ็ญหยินหยาง”“เซียนจิ้วชงจับครั้งเดียวยังไม่วางใจ จึงสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งจับใหม่อีกสองรอบ ผลก็ยังเป็นผลของการบำเพ็ญหยินหยาง”“หากว่าหนึ่