ยู่ในขั้นแปลงร่างเซียนเช่นกัน แต่จากการที่เอาชนะเงาร่างเย็นเยียบได้อย่างง่ายดาย จะเห็นได้ว่าพลังของเขาอยู่ในระดับยอดเยี่ยมในบรรดาผู้อยู่ขั้นแปลงร่างเซียน
ฝ่ามือเถาเหยาเยี่ยเปียกเหงื่อเล็กน้อย นางเคยเห็นเจ้าของแส้เก้าท่อนคนนี้มาก่อน ตอนที่ตามลู่หยางพี่ไปที่ร้านเนื้อย่าง เขายืนอยู่หลังรองประมุขสี่ สันนิษฐานว่าเป็นมือขวาของรองประมุขสี่ดูเหมือนเขาจะชื่อ… หัวฮว่าเซิน?คนของลัทธิจิ่วอิ่วมาหาพวกเขาทำไม?มีจุดประสงค์อะไร?เถาเหยาเยี่ยไม่กล้าคิดต่อแม้หลานถิงจะไม่รู้จักหัวฮว่าเซิน แต่จากพลังที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาพอจะตัดสินได้ว่าไม่ได้มาดีจะหนีหรือไม่? แต่พลังของอีกฝ่ายเหนือกว่าพวกเขามาก จะหนีอย่างไร?“เจ้านายของพวกท่านคือใคร? หาพวกเราด้วยจุดประสงค์อะไร?” เถาเหยาเยี่ยมองหัวฮว่าเซินด้วยความระแวดระวังหัวฮว่าเซินมองเถาเหยาเยี่ยเย็นชา “ไปแล้วก็รู้เอง”เถาเหยาเยี่ยและหลานถิงหันไปมองลู่หยางเพื่อขอความช่วยเหลือ ลู่หยางพยักหน้า “ตามไปดูกัน”ระหว่างทางทั้งสี่คนไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศชวนอึดอัดเหลือทน หัวฮว่าเซินเดินนำหน้า พาทั้งสามคนไปถึงศาลาเล็กๆ แห่งหนึ่ง
ศาลาเล็กๆ ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แม้แต่คนเดินทางก็ไม่มีในศาลามีคนนั่งอยู่หนึ่งคน ชุดดำทั้งร่าง ราวกับห้วงลึก เพียงแค่มองเห็นก็รู้สึกราวกับตกลงในหลุมน ้าแข็ง ช่างเป็นมารร้ายที่ฆ่าคนไม่กระพริบตาจริงๆคนผู้นี้คือหนึ่งในรองประมุขทั้งสามของลัทธิจิ่วอิ่ว สือฮว่ากู๋