้าร้อนที่เดือดปุด ดื่มเข้าไปครึ่งถ้วยน ้าร้อนนับเป็นอะไรกัน เขาเคยใช้น ้าร้อนแช่ตัวมาตั้งแต่ยังไม่ได้บำเพ็ญเซียนเลย
ลู่หยางวางถ้วยชาลง พูดแบบไม่ตั้งใจ “ในตระกูลซ่งมีกลิ่นอายปีศาจนะ”เถาเหยาเยี่ยพยักหน้า “จริงด้วย กลิ่นอายปีศาจหนาแน่น น่าจะมีสัตว์อสูรซ่อนอยู่ในตระกูลซ่ง”พูดอย่างนั้น แต่เมื่อดูจากความเข้มข้นของกลิ่นอายปีศาจ คงยังไม่เป็นอันตรายต่อพวกเขาทั้งสามสามคนมีประสาทสัมผัสที่ไวเป็นพิเศษ จากไกลๆ ก็ได้ยินพี่น้องตระกูลซ่งเดินมาพลางสนทนากัน“พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้จะว่า แต่บ้านเราเชิญผู้บำเพ็ญมากี่คนแล้ว คนไหนไม่กลับไปมือเปล่า คราวนี้พี่แน่ใจขนาดนั้นเชียวหรือว่าจะได้ผล?” น ้าเสียงไม่เคารพ น่าจะเป็นบุตรชายคนที่สามซ่งฉี่“น้องสามอย่าพูดมั่ว คราวนี้พี่ใหญ่เชิญมาเป็นศิษย์สำนักเซียนมีฐานะเทียบเท่ากับราชสำนัก เป็นเซียนที่แท้จริง เซียนต่อกรกับปีศาจเพียงเล็กน้อยมิใช่เรื่องง่ายดายหรือ?”จากน ้าเสียงการพูด น่าจะเป็นบุตรชายคนที่สองซ่งชิง“แล้วเจ้าไม่ได้ยินพี่ใหญ่พูดหรือว่า ผู้บำเพ็ญที่มาครั้งนี้มีคนหนึ่งชื่อว่าลู่หยาง ถึงข้าจะไม่เอาไหนเท่าไหร่ เอาแต่เที่ยวเล่น แต่ก็เคยฟังตำนานแห่งสำนักเวิ่นเต๋า ตามที่ข้ารู้มา คนเขียนนิทานเป็นเจ้าสำนักเซียน เป็นผู้มีฝีมือเลิศลอย สิ่งที่ท่านเขียนออกมา แม้จะฟังดูแปลกประหลาด แต่ต้องเป็นเรื่องจริงแน่นอน!”
“อย่ามาอวดความรู้หน่อยเลย พี่รองยังสอบเซียวไช่ไม่ผ่านเลยพ่อโกรธหลายครั้