้องหลานถิงเก่งจังเลย คนเดียวก็สืบได้ตั้งมากมาย ดูเหมือนเจ้าคนเดียวก็พอแล้วนะ”หลานถิงยิ้มระรื่น โอบแขนเถาเหยาเยี่ยอย่างสนิทสนม “ไม่หรอกคำโบราณว่า คนมากย่อมกำลังมาก น่าเสียดายที่ศิษย์พี่ลู่หยางมากับเจ้า หากมากับน้องหญิงแล้วล่ะก็ ตอนนี้คงทำภารกิจสำเร็จแล้ว”“น้องหลานถิงหมายความว่าเจ้าเก่งกว่าข้าหรือ?”“น้องเถาอย่าบิดเบือนคำพูดของน้องหญิงเลย ก็น้องหญิงมาก่อนสามวัน หากศิษย์พี่ลู่หยางมากับน้องหญิงก่อนสามวัน ด้วยความสามารถของศิษย์พี่ลู่หยาง ภารกิจก็คงสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ?”“ก็จริง ด้วยความสามารถของศิษย์พี่ลู่หยาง คนเดียวก็ทำภารกิจสำเร็จได้แล้ว”สองสาวโอบแขนกัน ใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มเหมือนพบกันหลังจากพรากจากนาน สนิทกันราวพี่น้องลู่หยางไม่ได้สนใจว่าสองสาวคุยอะไรกัน เขาครุ่นคิดถึงข้อมูลที่หลานถิงรวบรวมมาได้ “เช่นนั้น ปัญหาอยู่ที่ภาพวาดนั่นจริงๆ”“ไปพบคุณชายสกุลซ่งกันเถอะ”ชายหนึ่งหญิงสองเดินไปยังคฤหาสน์สกุลซ่ง ระหว่างทางหลานถิงก็มองลู่หยางบ่อยครั้ง
“น้องหลานถิง บนใบหน้าข้ามีอะไรหรือ?”หลานถิงยิ้ม “ไม่มีหรอก แค่รู้สึกว่าศิษย์พี่ช่างเก่งจริงๆ อายุยังน้อยก็ได้เป็นทายาทเจ้าสำนัก แม้แต่งานฉลองสำนักก็ให้ท่านเป็นประธาน ตามที่น้องหญิงรู้มา นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อเทียบกันแล้ว น้องหญิงนี่ช่างด้อยเหลือเกิน”“ที่ไหนกัน ที่ข้าได้เป็นเจ้าสำนักผู้รักษาการแทนล้วนเป็นเพราะโชค” ลู่หยางพูดไม่ใช่คำถ่อมตัว เขา