หำกเป็นลู่หยำง เขำคงคิดว่ำถ้ำตนเองบรรลุเซียนแล้ว อำจเฉื่อยยิ่งกว่ำเซียนอมตะเสียอีก ทั้งวันคงนอนอำบแสงอำทิตย์ พอแดดส่องด้ำนหน้ำ ก็กลับตัวให้แดดส่องด้ำนหลัง แล้วพอแดดส่องด้ำนหลัง ก็กลับตัวให้แดดส่องด้ำนหน้ำ กลำงคืนก็ไปนอนบนดวงอำทิตย์เซียนย่อมตำมมำด้วยระดับที่สูงขึ้น และระดับที่สูงกว่ำนั้นยังมีระดับที่สูงขึ้นไปอีก บ ำเพ็ญไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่จะถึงจุดจบ?“แต่ท่ำนเซียนเคยพูดไว้ว่ำ กำรทดแทนก็เป็นกำรลืมอย่ำงหนึ่งงั้นกำรที่ชื่อในต ำรำอำหำรของท่ำนถูกเปลี่ยนเป็นเซียนอิงเทียน ก็เป็นกำรทดแทนอย่ำงหนึ่งหรือไม่?”ดวงตำของเซียนอมตะเป็นประกำย ตบไหล่ลู่หยำง “เอ๊ะ เจ้ำพูดได้ถูกต้อง มีคนก ำจัดข้ำ แล้วใช้วิธีกำรบำงอย่ำงลบร่องรอยกำรมีตัวตนของข้ำ เปลี่ยนเรื่องรำวของข้ำให้กลำยเป็นของเซียนอิงเทียนตอนแรกข้ำนึกว่ำเจ้ำหมอนั่นอิจฉำควำมสำมำรถของข้ำ จึงแอบอ้ำงชื่อขณะที่ข้ำไม่อยู่”“ศิษย์ช่ำงชั่งชำญฉลำดยิ่งนัก!”“ที่ถูกต้องคือศิษย์มีแววที่จะสอนได้”
ลู่หยำงคิดในใจว่ำ คงมีแต่เซียนอิงเทียนเท่ำนั้นที่สมองมีปัญหำจำกอำหำรเป็นพิษ จึงจะไปแย่งชิงสิทธิในต ำรำอำหำรของเจ้ำ“แล้วในบรรดำสี่เซียน มีใครสำมำรถลบกำรมีตัวตนของท่ำนได้หรือไม่?”เซียนอมตะขมวดคิ้วครุ่นคิด ค ำนวณฝีมือของสี่เซียนทั้งหมดแต่ไม่พบวิธีกำรที่ตรงกัน “ไม่มี ทั้งสี่คนล้วนท ำไม่ได้”หนึ่งคนหนึ่งเซียน หำรือกันอีกสักพัก แต่ก็ไม่ได้สรุปอะไรที่เป็นประโยชน์มำกนักหำกบอกว่ำเ