“ท่านอวี้ นั่งสิขอรับ” ฝ่าบาทยิ้มประจบ
อวี้จือส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าเป็นเพียงศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งของ
สำนักเวิ่นเต๋าในปัจจุบัน จะมีคุณสมบัติอันใดนั่ง ท่านเจ้าสำนักลู่ผู้นี้
ต่างหากที่เป็นรักษาการเจ้าสำนักของสำนักเวิ่นเต๋าพวกเรา”
ฝ่าบาท: “……”
ช่างเป็นศิษย์ธรรมดาของสำนักเวิ่นเต๋าเสียจริง
“ท่านเจ้าสำนักลู่ผู้นี้ก็คือลู่หยางที่พูดถึงในที่ประชุมเมื่อครึ่งเดือน
ก่อนใช่หรือไม่?” ฝ่าบาททรงทราบอยู่แล้วแต่ถาม เมื่อครึ่งเดือนก่อน
พูดถึงว่าลัทธิสวรรค์ก่อตั้งโดยคนชื่อลู่หยาง ซึ่งเป็นคนหนุ่มผู้มี
พรสวรรค์โดดเด่นยิ่งยวด
พระองค์ไม่คาดคิดว่าเพียงครึ่งเดือนผ่านไป คนหนุ่มผู้มี
พรสวรรค์คนนี้ก็ได้เลื่อนขั้นมานั่งเสมอพระองค์เสียแล้ว
ลู่หยางในพื้นที่จิตวิญญาณแอบสังเกตฝ่าบาท กษัตริย์ผู้ครองใต้
หล้า ประมุขแห่งทางธรรม ไม่เหมือนที่เล่าลือกันว่ามีไอสังหาร
ตัดสินใจเด็ดขาด แต่ก็ไม่ได้มีลักษณะจอมปราชญ์เหมือนนักอักษร
พระองค์มีผมขมับขาวโพลน แก้มตอบเล็กน้อย นี่คือร่องรอยของคน
ที่เลือดลมไม่เพียงพอ กำลังวังชาไม่สมบูรณ์
หากไม่รู้จักฐานะ ใครจะนึกว่าฝ่าบาทผู้นี้ได้รับการขนานนามว่า
เป็นฮ่องเต้ที่ไม่อาจเทียบเทียมได้ในรอบร้อยชั่วอายุคน