บางทีแต่ก่อนฝ่าบาทอาจมีทั้งไอสังหารและลักษณะนักอักษร แต่
ตอนนี้เมื่อผ่านการสูญเสียอายุขัย ก็ไม่เหลือความรุ่งโรจน์เหมือน
เมื่อก่อนแล้ว
“ท่านรู้จักฝ่าบาทแล้ว รู้จักเจ้าสำนักชิวแล้ว” ก่อนเริ่มประชุม
ศิษย์พี่ใหญ่แนะนำให้ลู่หยาง พร้อมกับแนะนำให้เซียนอมตะด้วย
“ท่านผู้นี้คือหลัวหงเซีย ประมุขสำนักวังเซียนเยว่กุย อาจารย์
ของหลานถิง ครั้งก่อนนางยังพาหลานถิงมาสู่ขอด้วย”
หลัวหงเซียกระตุกมุมปาก ครั้งก่อนนางไม่ได้มาสู่ขอจริงๆ
นางเห็นลู่หยางผิวขาวสะอาด ชายหนุ่มคนนี้ก็คือลู่หยางที่
หลานถิงเอ่ยถึงอยู่เรื่อย หน้าตาก็ไม่ได้ดีเท่าที่หลานถิงบรรยายเลย
นึกถึง
ตอนที่หลานถิงกลับมาจากงานฉลองแคว้นชิง พูดอย่างร่า
เริงถึงความเก่งกาจของลู่หยาง นางก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที่
นางแค่นเสียงเย็นชา ไม่แสดงสีหน้าดีใดๆ ให้ลู่หยาง
“สีหน้าช่างไม่ดีเลย กินอะไรไม่ถูกใช่ไหม?”
“ท่านผู้นี้คือประมุขสำนักเจี้ยนอวี่ หยางติ่ง”
“สวัสดี” หยางติ่งไม่มีความเป็นศัตรูต่อลู่หยาง
แม้ลู่หยางจะเป็นศิษย์ของท่านเต๋าปู้อวี่ แต่ก็เป็นศิษย์น้องขอ
งอวี้จือ บวกลบกันก็ไม่มีความเป็นศัตรูแล้ว