ดุดันเหลือเกิน” ท่านเต๋าปู้อวี่ล้วงแก่นทองค าวิเศษที่มีลายวงแหวนเต็มไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของสมุนไพรออกจากแขนเสื้อ อมเข้าปากในคราวเดียวบาดแผลของเขาค่อยๆ สมานตัว รู้สึกสบายขึ้นมาก“ช าระร่าง ช าระอาภรณ์”ท่านเต๋าปู้อวี่ใช้วิชาช าระร่างและช าระอาภรณ์ คราบเลือดมลายหายไป อาภรณ์สะอาดเหมือนใหม่ ร่างกายเบาโล่ง“ยาของผู้อาวุโสที่เจ็ดช่างได้ผลจริงๆ”สิ่งที่เขาเพิ่งกินคือแก่นทองค าวิเศษที่ผู้อาวุโสที่เจ็ดใช้รากของราชายาน้อยปรุงขึ้น หาค่ามิได้ แม้น าไปประมูลในงานระดับขั้นรวมร่างก็ยังเป็นของล ้าค่า ยากที่จะหามาครอบครอง
ท่านเต๋าปู้อวี่ออกเดินทางเป็นประจ า อาจพบเจอภยันตราย จึงพกพายาช่วยชีวิตติดตัวเสมอ“องครักษ์ลั่วสุ่ยเฉินเถาหรือ” พระอาจารย์พั่วเซียวจ้องมองชายชราผู้มาใหม่ ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อยเขารู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างหนักจากร่างของชายชราผู้นี้“หนี!”ที่นี่ไม่ควรอยู่นาน ต้องรีบหนีโดยเร็ว!“ข้าดูเจ้าจะหนีไปไหน!” เสียงอีกสายหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลังพระอาจารย์พั่วเซียวพระอาจารย์พั่วเซียวหมุนกายหันไป พบว่าอีกผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติปรากฏกาย!ด้านล่าง ท่านเต๋าปู้อวี่รู้จักผู้มาใหม่ เป็นหนึ่งในเก้าวังขององครักษ์ลั่วสุ่ยเช่นกัน“องครักษ์ลั่วสุ่ยมีผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติสามคน ราชส านักทุ่มเทถึงขนาดส่งมาสองคนในคราวเดียว ช่างจริงจังเสียจริง” ยิ่งมีคนมามากเท่าไร ท่านเต๋าปู้อวี่ก็ยิ่งยินดีมากขึ้นเท่านั้น นี่หมายความว่าโ