าอวดเก่งเท่านั้น!” อู๋อวี่เต๋าสงบจิตใจลงได้ หากคนตรงหน้าเป็นเซียนจริง การโจมตีครั้งก่อนหน้าก็คงฆ่าเขาได้แล้วเซียนอมตะหัวเราะเบาๆ มองอู๋อวี่เต๋าด้วยสายตาดูแคลน “ช่างโง่เขลา สิ่งที่อยู่ ณ ที่นี้เป็นเพียงความคิดเศษเสี้ยวของข้าเท่านั้น เห็นพลังแผ่นดินนี้ไม่เลว จึงยืมมาใช้ชั่วคราว คนรุ่นหลังถึงกับไม่เข้าใจเรื่องธรรมดาง่ายๆ เช่นนี้กระนั้นหรือ?”อู๋อวี่เต๋าแม้จะมีฉายาว่าแข็งแกร่งเป็นอันดับสองในบรรดาฮ่องเต้อวี๋ทั้งหลาย ก็ไม่ถึงกับตกใจจนพูดไม่ออก“พลังแผ่นดินเพียงยกระดับพลังเจ้าถึงขั้นข้ามพิบัติระดับต้นเท่านั้น เท่ากับพวกเราสามคน เจ้าคิดว่าแค่คนเดียวจะสู้สามคนได้หรือ? เจ้ายังมีชัยชนะอยู่รึ?”พระอาจารย์ชังเลยและพระอาจารย์อู๋เซียก็ได้สติกลับมา อีกฝ่ายอาจจะเป็นเซียนจริง แต่ร่างกายตัวจริงไม่ได้อยู่ตรงนี้ สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือความคิดที่ควบคุมพลังแผ่นดินเท่านั้น
เมื่อพลังของอีกฝ่ายอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา ก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไปผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติระดับต้น มีใครอ่อนแอกว่าใครเล่า?เซียนอมตะเอ่ยด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย “หากอิงเทียน เฉียนหลินและเก้าชั้นอยู่ในขั้นข้ามพิบัติระดับต้น ก็อาจเป็นภัยต่อข้าบ้าง แต่พวกเจ้าสามตัวไร้ค่า…”นางส่ายหน้าเบาๆ ไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้นส าหรับฮ่องเต้อวี๋ที่แข็งแกร่งอันดับสอง ในสายตาของเซียนอมตะก็แค่กระจอกเท่านั้น ความเป็นฮ่องเต้อวี๋ที่แข็งแกร่งอันดับสองก็มิได้หมายความว่าเป็