“ท่านเซียน ท่านหมายความว่าคนผู้นี้ยกระดับจากขั้นรวมร่างระดับต้นจนถึงกึ่งข้ามพิบัติหรือ?” ลู่หยางถามอย่างประหลาดใจ ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกึ่งข้ามพิบัติไม่ใช่ระดับขั้นการบ าเพ็ญที่แท้จริง แต่เป็นเพียงสัญลักษณ์แสดงพลังการต่อสู้ ผู้ที่มีพลังเกินกว่าผู้ฝึกขั้นรวมร่างทั่วไป แต่ยังไม่ถึงขั้นข้ามพิบัติ จะได้รับการขนานนามว่าอยู่ในขั้นกึ่งข้ามพิบัติ“ข้าไม่ได้เล่าให้เจ้าฟังหรือ? นี่เป็นวิธีฝึกจิตวิญญาณอย่างหนึ่งแยกร่างเป็นพันเป็นหมื่น สัมผัสชีวิต เรียนรู้โลกีย์ สุดท้ายก็หลอมรวมกลับมา คืนสู่จุดสูงสุด บางทีอาจก้าวไปอีกขั้น”“คนผู้นี้ฝึกวิชายุทธ์คล้ายกับร้านเถ้าแก่สี่นี่นา”ลู่หยางคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเข้าใจว่าเซียนอมตะพูดถึงรองประมุขสี่แห่งลัทธิจิ่วอิ่ว“เขาเป็นคนของลัทธิจิ่วอิ่วหรือ?”“ไม่ใช่แค่นั้น ตามกฎที่ว่ายิ่งวิทยายุทธ์สูง ยิ่งได้ต าแหน่งสูง คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับประมุขลัทธิ”ลู่หยางพลันตกตะลึง แต่ส่วนใหญ่เป็นความงุนงง
“ลัทธิจิ่วอิ่วจนถึงขั้นที่แม้แต่ประมุขยังต้องออกมารับจ้างงานแล้วหรือ?”……ชายหมวกกระดาษขาวถอนหายใจ “ร่างแยกทั้งหมดกลับคืนมาแล้ว พวกนี้เป็นตัวตนที่ใช้ไม่ได้อีกต่อไป คราวนี้ต้องขาดทุนลิ่นซือไปอีกเท่าไร?”“ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้พวกผู้บ าเพ็ญโบราณอย่างพวกเจ้าเป็นศัตรูกับพวกข้าล่ะ?”เขาพยายามหาเงินอย่างเต็มที่ ก็เพราะกลัวว่าลูกศิษย์จะค้นพบว่าพวกเขาแบกรับหนี้ก้อนใหญ่ หนี้เหล่านี้ถูกน าไป