ลก็ไม่อาจคุ้มครองให้ปลอดภัยได้ ก็เลยกินเครื่องเซ่นไหว้อย่างไม่ลังเล”“ต่อมา ข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองบ าเพ็ญถึงขั้นใดแล้ว ก็เลยขมักเขม้นบ าเพ็ญเรื่อยไป ไม่สนใจใคร วันหนึ่งข้าพบกับผู้บ าเพ็ญเซียนคนหนึ่ง เขาต้องการจับข้าไปกลั่นให้บริสุทธิ์ ข้าขับไล่เขาได้อย่างง่ายดาย ได้แหวนเก็บของและวิชายุทธ์ของเขามา หลังจากศึกษาวิชายุทธ์แล้ว ข้าจึงรู้ว่าตัวเองได้ก้าวถึงขั้นสร้างฐานปลาย ซึ่งตอนนั้นข้าตายไปแล้วสองร้อยปี”“หลังจากรู้แนวทางการบ าเพ็ญแล้ว ข้าก็ยังคงบ าเพ็ญต่อไปผ่านไปอีกแปดร้อยปี ข้าก็บ าเพ็ญถึงขั้นทารกแรกก าเนิดระดับกลางในช่วงเวลานี้ ข้าไม่เคยออกจากเขตปลอดภัยเลยแม้แต่ก้าวเดียว”“เดิมทีข้าตั้งใจว่าหลังจากถึงขั้นแปลงร่างเซียนแล้วค่อยออกจากเขตปลอดภัย แต่ไม่คาดคิดว่า มีคนลอบโจมตีข้า ตบข้าสลบไปทีเดียว พอข้าตื่นขึ้นมา ก็มาอยู่ที่บึงน ้านี้แล้ว”
ลู่หยางขัดจังหวะค าให้การของผีจมน ้า “ก็คือว่าเจ้าก็ไม่รู้ว่าใครพาเจ้ามาที่นี่ใช่หรือไม่?”“ไม่รู้”“คนผู้นั้นมีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง?”“แข็งแกร่งกว่าข้า”“…เจ้าเล่าต่อ”“ผ่านไปหลายวัน ข้าจึงเข้าใจสถานการณ์ ที่แท้ที่นี่คือบริเวณใกล้เมืองฮั่นสุ่ย แคว้นหวงแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ย ซึ่งอยู่ส่วนตะวันตกสุดของดินแดนกลาง ห่างจากทะเลตะวันออกไม่รู้กี่หมื่นหมื่นลี้”“เซียนผู้บ าเพ็ญเช่นข้าไม่อาจโดยสารเรือบินหรือสิ่งใดได้ จึงได้แต่พ านักอยู่ที่นี่”“ตอนข้าส ารวจบริเวณโดยรอบ ก็ได้พบกั