บมาแล้ว!”
ศิษย์เฝ้าประตูสองคนเห็นจ้าวปั้วกลับมา ก็รีบคำนับอย่างนอบน้อม
แต่ละคนมีซากศพมีชีวิตที่ควบคุมอยู่หนึ่งร่าง ยืนเฝ้ายามร่วมกับพวกเขา
ในฐานะศิษย์รุ่นใหม่ที่ได้อันดับสอง จ้าวปั้วเปรียบเสมือนไอดอลในสายตาของบรรดาศิษย์เหล่านี้
ต่างจากหวังหมิงผูอยู่อันดับหนึ่ง จ้าวปั้วเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น หลายคนเคยได้รับความช่วยเหลือจากเขา ทำให้เขามีมิตรภาพที่ดีในสำนักควบคุมศพ
“พี่จ้าว สองท่านนี้คือ…?”
“พวกเขาเป็นมิตรจากสำนักเว่นเต๋า ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจว มาเยี่ยมเยียนสำนักควบคุมศพของพวกเรา”
ศิษย์เฝ้าประตูทั้งสองตกตะลึง
“สำนักเว่นเต๋าอีกแล้วรึ?!”
“อีกแล้ว?”
“พี่จ้าวอาจจะยังไม่ทราบ ในช่วงที่ท่านออกไปข้างนอก สำนักของเรามีมิตรจากสำนักเว่นเต๋ามาเยือนหนึ่งท่าน เป็นชนเผ่าม่าน มาเรียนรู้วิชาควบคุมศพของพวกเราด้วย”
“เขาชื่อหม่านกู่ใช่หรือไม่?”
ลู่หยางอดถามขึ้นไม่ได้
“ถูกต้อง ชื่อนั้นแหละ”
“หม่านกู่เรียนวิชาควบคุมศพไปทำไม เขาไม่ใช่ผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อหรอกหรือ?”
เมิ่งจิ่งโจวงุนงง
“ใครจะไปรู้เล่า”
ศิษย์เฝ้าประตูทั้งสองส่งข่าวไปยังสำนัก ผู้ดูแลสำนักเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ออกมาต้อนรับทั้งสองด้วยตนเอง
“รบกวนท่านผู้ดูแลช่วยแจ้งให้ทราบด้วย พวกเราสองคนมาเพื่อขอเข้าพบประมุขสำนักของท่าน”
ผู้ดูแลแสดงสีหน้าลำบากใจ
“ท่านประมุขกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการบำเพ็ญ หลังจากรับหวังหมิงเป็นศิษย์ก็เข้าภวังค์ไม่พบใครเลย”
“เช่นนั้