ละในที่สุดก็พบกับเมิ่งจิ่งโจว
“เจ้าคือเด็กตระกูลเมิ่งใช่ไหม?”
เมื่อเมิ่งจิ่งโจวได้พบกับท่านหัวหน้าหุบเขาซวง เขาก็รู้ว่าที่ความไม่สบายใจเบาบางลงไปนั้นไม่ใช่ความรู้สึกลวง คำสาปของเขาได้รับการแก้ไขไปบางส่วนจริงๆ
“ขอบคุณท่านหัวหน้าหุบเขา ข้าคือเมิ่งจิ่งโจวแห่งตระกูลเมิ่ง ศิษย์ของสำนักเว่นเต๋า”
ท่านหัวหน้าหุบเขาซวงแค่นเสียงเย็นชา
“ที่แท้ก็เป็นคนตระกูลเมิ่งจริงๆ”
ลู่หยางรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล รีบก้าวออกไปข้างหน้า ประสานมือคารวะ
“ขอบคุณท่านหัวหน้าหุบเขาซวงที่ช่วยรักษาเพื่อนของข้า ขออนุญาตถามว่าเราควรทำอย่างไรต่อไปเพื่อรักษาคำสาปของเจ้าเมิ่งให้หายขาด?”
ท่านหัวหน้าหุบเขาซวงแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“เมื่อครู่ไม่น่าจะรักษาเจ้าเลย โจรเฒ่าปู้อวี่เคยทำร้ายข้า พวกตระกูลเมิ่งของเจ้าก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ไปให้พ้น!”
ลู่หยาง “……”
ไหนว่าคำสาปที่ว่าไม่มีผลกับท่าน?
ท่านหัวหน้าหุบเขา ท่านเชื่อถือได้บ้างไหม?
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวก็ไม่กล้าขืนถามว่าควรทำอย่างไรต่อไป ได้แต่รีบออกเดินทางจากหุบเขาเฉียนชิง
บนรถม้า จ้าวปั้วเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบ เสนอว่า
“ไปสำนักควบคุมศพของพวกเราก่อนดีไหม? พวกผู้อาวุโสและเจ้าสำนักคุ้นเคยกับแคว้นหวงดี รู้จักอาจารย์คำสาปชั้นยอดและผู้มีวิชาพิเศษมากมาย บางทีอาจจะมีวิธีก็ได้”
“ก็คงต้องทำอย่างนั้นแหละ”
……
สามคนหนึ่งศพหนึ่งม้ากำลังเดินทาง ใกล้จะถึงเมืองแล้วก