เมืองเอวี้ยนซานได้ยากแล้ว”
“แม้แต่บ่าวขั้นสร้างฐานยังเอาชนะได้ง่ายๆ ภูผาน้อยผู้นี้มีฐานะอะไรกัน?”
“ขั้นแก่นทองคำ! ต้องเป็นขั้นแก่นทองคำแน่ๆ!”
สาวใช้มองลู่หยางด้วยแววตาหลงใหล “ผู้มีพระคุณ”
สาวใช้หน้าตาน่ารัก พอเรียกว่าสาวน้อยคนงามได้ ลู่หยางเห็นสายตาหลงใหลในดวงตาอีกฝ่าย สงสัยว่าประโยคต่อไปคงเป็นสาวน้อยไม่มีอะไรตอบแทน ได้แต่มอบกายถวายชีวิต
“ตระกูลกู๋เป็นตระกูลใหญ่และร่ำรวย เป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองเอวี้ยนซาน แม้ผู้มีพระคุณจะมีวิทยายุทธ์สูงส่ง แต่เผชิญตระกูลกู๋ก็ยังมีอันตราย ผู้มีพระคุณรีบหนีเถิด”
“ฮ่าๆ คิดจะหนี? กล้าตบลูกข้า เจ้ายังคิดจะเดินออกจากเมืองเอวี้ยนซานอีกหรือ!”
เสียงหัวเราะโกรธแค้นดังมา ครึ่งเมืองเอวี้ยนซานคงได้ยิน เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งมาถึง จ้องลู่หยางด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“เจ้า…”
ลู่หยางไม่ให้โอกาสพูดประโยคที่สอง สะบัดมือปล่อยประกายกระบี่ ตรึงผู้มาใหม่ไว้กับกำแพง
ตบจนเสร็จ ลู่หยางหันไปถามสาวใช้ “นี่คือท่านเจ้าตระกูลกู๋หรือ?”
สาวใช้พยักหน้าช้าๆ ไม่คิดว่าลู่หยางจะลงมือเด็ดขาดขนาดนี้ เพียงชั่วพริบตาก็จัดการขั้นแก่นทองคำตอนปลายอย่างเจ้าตระกูลกู๋ได้
“แม้ท่านเจ้าตระกูลกู๋จะน่ากลัว แต่น่ากลัวยิ่งกว่าคือบิดาของเขา…”
สาวใช้พูดยังไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงตะโกนโกรธแค้นดังมาจากไกลๆ
“กล้าไปรังแกลูกและหลานข้า…”
ลู่หยางทำตามคำแนะนำของแก่นทองอมตะ หยิบกระบี่ชิงเฟิงออกมา ใช้ท